<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-33594790</id><updated>2011-04-21T21:02:25.310-07:00</updated><title type='text'>hammer of a gun</title><subtitle type='html'>สุรชัย พิงชัยภูมิ</subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://surachaiping.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/33594790/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://surachaiping.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>hammer of a gun</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09018882041053452684</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>11</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-33594790.post-116729859943115314</id><published>2006-12-28T01:34:00.000-08:00</published><updated>2006-12-28T01:36:39.443-08:00</updated><title type='text'>ฤดูหนาว</title><content type='html'>นานแล้วที่ผมไม่ได้เห็นกองไฟที่ถูกก่อขึ้นเพื่อผิงกันความหนาว...&lt;br /&gt;               &lt;br /&gt;ผมจากบ้านเกิดมานาน ป่านนี้กองไฟคงเรียงรายอยู่ตามสองข้างทาง สี่ห้าปีมานี้ผมขังตัวเองอยู่ในกรุงเทพฯ ด้วยหน้าที่การงานที่ตัวเองได้เลือกแล้ว ผมจึงไม่ค่อยมีโอกาสได้เดินทางออกไปต่างจังหวัด แม้แต่ปริมณฑลรอบๆ กรุงเทพฯ ผมก็แทบไม่มีโอกาสเหยียบย่างไปถึง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;                สองสามวันมานี้ ผมค่อนข้างแน่ใจว่าฤดูหนาวได้มาถึงกรุงเทพฯเป็นที่เรียบร้อยแล้ว รู้ได้จากอาการนอนตัวขดตัวงอกอดก่ายตัวเองอยู่เหมือนตัวหนอนในตอนเช้า ตื่นขึ้นมาล้างหน้าแปรงฟัน ผมต้องทำความเข้าใจกับน้ำหยดแรกเสียก่อนที่มันจะรดรินลงบนเรือนร่างของผม เมื่อปรับจูนทำความเข้าใจกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วนั่นแหละ ผมจึงค่อยกัดฟัน กลั้นใจ หนึ่ง... สอง... ส้ำ!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;                ฤดูหนาวมีกลิ่นอายของมัน... ผมได้กลิ่นควันไฟบางเบา มันเร้าความรู้สึก และเรียกความทรงจำบางชนิดให้หวนคืนมา เช่น เพลงเพลงหนึ่ง เมื่อเราได้ยินได้ฟังมันอีกครั้ง อาจทำให้เรานึกถึง วันหนึ่ง คืนหนึ่ง สถานที่หนึ่ง ครั้งหนึ่ง และใครคนหนึ่ง มันคือจำนวนที่มิอาจนับของสิ่งที่ล่วงเลยผ่านมา เราอาจคิดถึง เราอาจรัก กระทั่งเราอาจเจ็บปวด เราก็ได้แต่รู้สึกและนึกถึงมัน เราทำได้แค่นั้น...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;            เปิดประตูห้อง ลมเย็นปะทะใบหน้า ยอดหญ้าลู่เอนไหว ใบไม้หล่นร่วง ปวงความสุข โอ... ผมรู้สึกถึงปวงความสุขที่หลากล้นหลั่งไหลอยู่ในสายลม ดอกไม้ผลิบาน และเสียงนกร้องเริงรำ ฤดูหนาวนำพาสิ่งเหล่านี้มาสู่ชีวิตแต่เช้า ผมรู้สึกว่าโลกทั้งโลกต่างยิ้มโยนความสุขมาสู่ผม  แม้แต่หมาข้างถนนที่กำลังเดินแกว่งหางอยู่ไม่ไกล มันยังหันมายิ้มให้ผมเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;                นานแล้วที่ผมไม่ได้เห็นกองไฟที่ถูกก่อขึ้นเพื่อผิงกันความหนาว...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;                ป่านนี้กองไฟที่บ้านเกิดคงเรียงรายอยู่ตามสองข้างทาง หลานๆ คงนั่งล้อมรอบกองไฟกันตาแป๋ว พวกเขาคงกำลังหาเผือกหามันมาเผากินกัน...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;                กรุงเทพฯ หนาวแล้ว และกองไฟกองหนึ่งถูกก่อขึ้นในกรุงเทพมหานคร&lt;br /&gt;                อา! ...ผมช่างตื่นเต้นอะไรเช่นนี้!&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/33594790-116729859943115314?l=surachaiping.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://surachaiping.blogspot.com/feeds/116729859943115314/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=33594790&amp;postID=116729859943115314' title='8 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/33594790/posts/default/116729859943115314'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/33594790/posts/default/116729859943115314'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://surachaiping.blogspot.com/2006/12/blog-post_28.html' title='ฤดูหนาว'/><author><name>hammer of a gun</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09018882041053452684</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>8</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-33594790.post-116599169603100869</id><published>2006-12-12T22:29:00.000-08:00</published><updated>2006-12-12T22:34:56.043-08:00</updated><title type='text'>เราและนายเป็นเพื่อนกัน</title><content type='html'>ด.ช.ไม้ กับ ด.ช.แทนเป็นเพื่อนกัน และสองคนนี้ก็เป็นเพื่อนกับผม ด.ช.ไม้กำลังศึกษาอยู่ชั้นป.1 ครึ่ง (เจ้าตัวยืนยันกับผมเอง) ขณะที่ด.ช.แทนกำลังศึกษาอยู่ชั้นอนุบาล 2 บ้านของด.ช.ไม้อยู่ตรงข้ามกับบ้านของด.ช.แทน และทางสายกลางระหว่างบ้านของเด็กชายทั้งสองคือทางเดินไปยังบ้านไม้สองชั้นรูปทรงโบราณ ซึ่งเป็นสถานที่ทำงานของผม (เมื่อสองปีที่แล้ว) ผมเดินนับระยะทางจากประตูทางเข้าจนถึงประตูบ้านได้ประมาณ 30 ก้าว ด.ช.ไม้เดินนับก้าวอย่างละเอียดถี่ถ้วนโดยไม่เถลไถลออกไปนอกเส้นทางได้ 40 ก้าวครึ่งกับอีกกะจึ๋งนึง (มันบอก) ส่วนของด.ช.แทนนับได้ 48 ก้าวพอยี้พอยีเละ! แปลว่า พอดี๊พอดีเป๊ะ! ด.ช.แทนเขายังพูดไม่ค่อยชัด มีอยู่ครั้งหนึ่งที่พวกเราคุยกันเรื่องหนัง และมีประเด็นเรื่องของแผ่นผีซีดีเถื่อนเข้ามาเกี่ยวด้วย ด.ช.ไม้ก็เลยถามออกไปว่า “แผ่นหนังการ์ตูนที่น้องแทนดูเมื่อวานชัดหรือเปล่า พี่ไม้อยากดูบ้าง” คำตอบที่ได้ก็คือ “ชักๆ ชักมากเยยพี่ไม้” สรุปวันนั้น ด.ช.ไม้ก็ยังไม่ได้คำตอบที่ชักเจนจากด.ช.แทนเสียที&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ด.ช.ไม้เป็นเด็กตัวดำล่ำบึ๊ก ขณะที่ด.ช.แทนจะดูสะโอดสะอง สำอาง ผิวขาวอมชมพู ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด โตขึ้นด.ช.แทนเป็นนายแบบได้สบายๆ ...ส่วนผมนั้น หล่อ! (แต่เพิ่งรู้ตัวเมื่อไม่นานนี้เองว่าที่ผ่านมาเข้าใจผิดมาตลอด) และด้วยเหตุผลจำนวนนี้ ผมจึงเรียกด.ช.ไม้ว่า ไอ้แจ๊ค เรียกด.ช.แทนว่า ไอ้เจี๊ยบ ซึ่งเป็นชื่อตัวเอกในเรื่องแฟนฉันอันโด่งดัง (ในตอนนั้น) ด.ช.ไม้ยังไม่เคยดูหนังเรื่องแฟนฉัน ด.ช.แทนก็เหมือนกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อถูกเรียกว่า “ไอ้แจ๊ค” ด้วยน้ำเสียงหัวเราะเยาะหยันอยู่บ่อยๆ และบ่อยๆ เข้า ไอ้แจ๊ค หรืออีกนามหนึ่งคือ ไอ้ไม้ มันก็ทนไม่ไหว ออกอาการสงสัย และมีสีหน้าไม่พอใจ พอคุณไม้ไม่สบอารมณ์ มันก็เลยเดินอาดๆ เข้าไปในสำนักงาน ตรงเข้าหาสาวหน่อง สาวสวยฝ่ายศิลป์อีกคนหนึ่งประจำสำนักงานของเรา ด้วยหน้าตาถมึงทึง (ตามคำบอกเล่าของสาวหน่อง) แล้วมันก็เอ่ยขึ้น “พี่หน่อง ไม้ขอดูหน้าไอ้แจ๊คหน่อยดิ” เมื่อเห็นคุณไม้อารมณ์บ่จอย สาวหน่องจึงรีบกระวีกระวาดหาภาพไอ้แจ๊คในหนังสือแฟนฉันมาบรรณาการคุณไม้มัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...ได้ยินเสียงปิดประตูดังโคร้ม! คุณไม้เดินทำตาหยีๆ ปากเชิดขึ้น จมูกบานออก ท่าทางเอาเรื่องน่าดู มันเดินตรงรี่เข้ามา ตรงเข้ามา แน่นอนว่าเป้าหมายของมันนั้นคือผม  ยืนรอมันอย่างสงบอยู่ข้างๆ ตะแคร่ใต้ต้นชมพู่ คุณไม้เดินมาหยุดตรงหน้าไม่กี่ก้าว ยัง มันยังไม่ลงมืออะไร มันเพียงแต่เอามือเกาคางเบาๆ อย่างพวกมาเฟียเขาทำกันในหนังนั่นแหละ แล้วมันก็ใช้หางตาที่มันคงคิดว่าอำมหิตเหี้ยมเกรียมตายละ มองผมตั้งแต่หัวจรดเท้าแบบเหยียดๆ และก่อนที่ผมจะเอ่ยอะไรออกไป คุณไม้มันก็ชิงจังหวะเอ่ยขึ้นอย่างเชื่องช้า เนิบนาบ และเอิบอาบไปด้วยความเย็นยะเยือก ผมรู้ว่ามันต้องการมอบความเจ็บปวดให้ค่อยๆ ชำแรกเข้าสู่ขั้วหัวใจของผมอย่างเลือดเย็น “หล่อตายล่ะสิ คิดว่าตัวเองหล่อชิบ...ละซิ” แล้วมันก็ค่อยๆ ทำขวาหัน ถ้าตาไม่ฝาด ผมเห็นมันเดินจากไปในท่าสโลโมชั่น เหมือนเจ้าพ่อในหนังมาเฟียหลังสั่งสอนนักเลงปลายแถวให้มันรู้ซะบ้างว่าใครเป็นใคร ใครหย่ายย หือ!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตกเย็นหลังเลิกงาน ด.ช.แทนเอากระดาษปึกใหญ่มาชวนผมพับจรวด แล้วเราก็เล่นร่อนจรวดกันอยู่บนลานหน้าสำนักงานอย่างสนุกสนาน และแล้วทันใดนั้น แบบไม่คาดฝัน คุณไม้ก็โผล่มาในชุดของยอดมนุษย์อะไรสักอย่าง “มังแปงร่างได้มั้ยพี่ไม้” ด.ช.แทนถาม คุณไม้หยิ่ง ทำเป็นไม่สนใจ มันมาพร้อมกับ BMX คู่ใจ ใช้หางตามองผม (อีกแล้ว) อย่างผู้เหนือกว่า มันออกคำสั่งให้ด.ช.แทนเข้าไปหา ผมรู้ มันอยากโชว์ ‘ของ’ และคิดว่าผมคงเข็ดขยาด ไม่กล้ายียวนกวนประสาทมันอีก แต่ผิดแล้ว! คุณไม้เอ๋ย! มันไม่รู้ว่าผมรอจังหวะนี้มานาน (ทั้งวัน) แค่ไหน เพื่อชำระหนี้แค้นนี้...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมแกล้งทำเป็นทึ่ง ตะลึง และสนใจชุดยอดมนุษย์ที่มันใส่ มันเอามือกอดอกทำท่าเท่ๆ เหมือนยอดมนุษย์ผู้มาเพื่อพิทักษ์โลกและปกป้องมวลมนุษย์จากเหล่าปีศาจร้าย และก่อนที่มันจะเอ่ยอะไรออกมา ผมก็ฉวยโอกาสเอ่ยขึ้นว่า “อ้าว! ไอ้...แจ๊คคค! เอ็งไปเอาชุดกิ้งกืออะไรมาใส่อีกล่ะน่ะ!”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทุกวันนี้ ผม ด.ช.ไม้ และด.ช.แทน กลับมาเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันเหมือนตอน (ใกล้ๆ) จบของหนังเรื่องแฟนฉัน “เรื่องที่แล้วมา ก็ให้มันแล้วไปก็แล้วกัน” ด.ช.ไม้มันว่าของมันอย่างนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ป.ล. ป่านนี้พวกนายคงโตขึ้นมากแล้วนะ เราคิดถึงพวกนายว่ะ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/33594790-116599169603100869?l=surachaiping.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://surachaiping.blogspot.com/feeds/116599169603100869/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=33594790&amp;postID=116599169603100869' title='2 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/33594790/posts/default/116599169603100869'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/33594790/posts/default/116599169603100869'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://surachaiping.blogspot.com/2006/12/blog-post.html' title='เราและนายเป็นเพื่อนกัน'/><author><name>hammer of a gun</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09018882041053452684</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-33594790.post-116115358205640818</id><published>2006-10-17T23:32:00.000-07:00</published><updated>2006-10-17T23:39:42.063-07:00</updated><title type='text'>Song of remember...</title><content type='html'>เขาบังเอิญได้ฟังเพลงซึ้งๆ เพลงหนึ่ง...&lt;br /&gt;แต่กว่าจะรู้สึกตัว หัวใจของเขาก็ฉ่ำไปด้วยความเศร้าระทด เสียงไวโอลินหวานเหงาทอทอดท่วงทำนองดุจสายฝนโปรย เนื้อร้องบอกเล่าเรื่องราวของเขาและเธอ วันเวลาของเขาและเธอกำลังจะหมดลง...&lt;br /&gt;วันเวลาของเขาและหญิงสาวคนรักได้หมดลงไปนานแล้ว ที่เหลืออยู่ก็คล้ายตะกอนที่ก่อรูปเป็นความทรงจำ ความทรงจำซึ่งดุจดั่งเงาในสายน้ำ นอนสงบนิ่งดุจเจ้าชายนิทรา เจ้าชายผู้พิกลพิการ! เป็นความทรงจำที่เกิดจากการชิงสุกก่อนห่ามของชายและหญิงผู้มักง่าย เห็นแก่ตัว และไม่รับผิดชอบ เขาเชื่อแน่ว่าทั้งเขาและเธอต่างคิดถึงมันอย่างเศร้าเสียใจ เสียดาย และสำนึกผิด&lt;br /&gt;เขาบังเอิญได้ฟังเพลงเพลงนั้นบนรถปรับอากาศยูโรทูสีส้มสาย 60 ช่วงเวลาห้าทุ่มเศษๆ เป็นค่ำคืนหนึ่งของกรุงเทพฯในเดือนกุมภาพันธ์ เขาจำไม่ได้ว่าเป็นวันที่เท่าไหร่ แต่เป็นวันที่ความรู้สึกของเขาไม่ต่างจากสัตว์บาดเจ็บ โดดเดี่ยว และหลงทาง...&lt;br /&gt;ค่ำคืนนั้นรถยูโรทูวิ่งช้ากว่าปกติ ค่อยๆ เคลื่อนตัวไปข้างหน้าอย่างเนิบนาบ สอดประสานกับจังหวะและท่วงทำนองดนตรีหวานเศร้านั้นอย่างนิ่มนวล รับกับภาพต่างๆ ที่ผุดวาบพรายขึ้นมานอกหน้าต่างกระจก ไล่สลับสับเปลี่ยนกันไปตามรายทาง เขารู้สึกราวกับว่ารถยูโรทูคันที่เขานั่งอยู่นั้นกำลังเคลื่อนเข้าไปสู่อดีต พาเขาท่องเที่ยวไปในดินแดนของความทรงจำ กระทั่งเขาได้พบกับความทรงจำหนึ่งที่ป้ายรถเมล์ ภาพของเขากับหญิงสาวคนรักกำลังกระเซ้าเย้าแหย่หยอกล้อกัน...&lt;br /&gt;ขณะรถเคลื่อนผ่านไป แต่เขากลับรู้สึกเหมือนถูกตรึงอยู่กับที่ เขาจำได้แม่นยำว่าค่ำคืนที่เขายืนอยู่ที่ป้ายรถเมล์กับหญิงสาวคนรักพร้อมช่อกุหลาบสีแดงในมือที่เธอมอบให้นั้นเป็นวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ค่ำคืนที่กรุงเทพฯกลายเป็นสวนดอกไม้ โลกรอบข้างต่างยิ้มโยนความสุขมาสู่เขา แต่มันเป็นความสุขที่... วันหนึ่ง นกสีขาวก็คาบกุหลาบสีแดงในมือของเขาบินจากไป... และนั่นทำให้น้ำใสๆ หยดหนึ่งร่วงหล่นจากขอบตา ทำให้เขานึกตำหนิตัวเองว่า ช่างเป็นคนอ่อนแอยิ่งนัก&lt;br /&gt;...ความเปล่าเปลี่ยวทำให้ผู้หญิงชั่วร้าย, ที่รัก ผู้ชายด้วย อย่าปล่อยให้ตัวเองเหงานะ... เขาจำประโยคหนึ่งนี้จากหนังสือชื่อ ‘ความรื่นรมย์แห่งชีวิต’ ของโนดาร์ ดุมบัดเซ่ นักเขียนชาวจอร์เจีย เขาท่องจำมันจนขึ้นใจ ใช่! ค่ำคืนนั้นเขารู้สึกเหงาและเปล่าเปลี่ยวยิ่งนัก เขาได้แต่รำพึงในใจว่า ...เธอกำลังปล่อยให้ฉันเหงานะที่รัก!...&lt;br /&gt;เขาถลำลึก จมดิ่งอยู่ในภวังค์ และวนเวียนอยู่ในเขาวงกตของความทรงจำ วนเวียนอยู่อย่างนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับดูหนังม้วนเดิมที่ฉายวนอยู่อย่างนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า และมันก็ให้ความรู้สึกไม่แตกต่างกับฟังเพลงจากแผ่นเสียงตกร่อง วนเวียนอยู่อย่างนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า...&lt;br /&gt;กระทั่งเขาสะดุ้งตื่นจากภวังค์ รถก็เลยป้ายไปแล้ว...&lt;br /&gt;เพลงเพลงนั้นจบไปนานแล้ว แต่ความหวานเศร้าของมันยังแผ่วแว่วอยู่ในโสตสำนึก เขาเดินกลับป้ายรถเมล์ที่รถยูโรทูเพิ่งเลยผ่านมา เดินย้อนกลับมา กลับมาสู่โลกของความเป็นจริง กลับมาสู่โลกของปัจจุบัน ณ ค่ำคืนหนึ่งของกรุงเทพฯในเดือนกุมภาพันธ์ แต่เขาจำไม่ได้แล้วว่าเป็นวันที่เท่าไหร่&lt;br /&gt;เขาบังเอิญได้ฟังเพลงซึ้งๆ เพลงหนึ่ง...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;**ตีพิมพ์ครั้งแรก : คอลัมน์กรุงเทพโรแมนติก หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน&lt;br /&gt;     หมายเหตุ : เรื่องนี้เป็นเรื่องแต่งขึ้นทั้งเพ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/33594790-116115358205640818?l=surachaiping.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://surachaiping.blogspot.com/feeds/116115358205640818/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=33594790&amp;postID=116115358205640818' title='2 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/33594790/posts/default/116115358205640818'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/33594790/posts/default/116115358205640818'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://surachaiping.blogspot.com/2006/10/song-of-remember.html' title='Song of remember...'/><author><name>hammer of a gun</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09018882041053452684</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-33594790.post-116047085939274502</id><published>2006-10-10T01:55:00.000-07:00</published><updated>2006-10-10T02:00:59.413-07:00</updated><title type='text'>อัสดงบนถนนข้าวสาร</title><content type='html'>หลังเลิกงานทุกคืนผมต้องเดินผ่านถนนสายนี้ ลัด และตัดออกสู่ถนนราชดำเนิน เพื่อรอขึ้นรถเมล์กลับที่พัก...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถนนข้าวสาร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมยังจำคืนแรกที่เท้าเหยียบย่างสัมผัส ผมรู้สึกอึดอัดและหายใจไม่ออก โอยย... ทำไมผู้คนจึงเยอะขนาดนี้ มีแทบทุกชาติ ทุกเพศ กะเทย ตุ๊ด ทอม เลสเบี้ยน และหมา โอกาสอันใกล้ชิด สัมผัส และหายใจรดต้นคอระหว่างไอ้คนโซซกมกกับสาวไฮโซผู้สูงส่ง ในห้วงยามที่คลื่นของผู้คนกำลังกระแทกระลอก โล้ลอย และโอนเอนไปตามครรลองของมัน พร้อมๆ กับเสียงดนตรีสนั่นหวั่นไหว กระแทกหัวใจอยู่โครมๆ!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หากจินตนาการถึงหนังแนววิทยาศาสตร์แฟนตาซี ถนนสายนี้ก็คล้ายห้องทดลองอันรกรุงรังของด็อกเตอร์สติเฟื่อง มีสิ่งมีชีวิตทุกสปีชีส์ ผมรู้สึกว่าถนนสายนี้กำลังเกิดการออสโมซิสกันทางวัฒนธรรม ยิ่งดึกยิ่งเข้าใกล้จุดออกัสซึ่ม...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อ่าส์!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถนนที่มีความยาวเพียง 300 เมตร แต่กับความรู้สึกในค่ำคืนแรกของผม ถนนสายนี้มันช่างยาวไกล และนานเหลือเกิน ไกลในความรู้สึก และนานอยู่ในความคิดนึกของคนผู้แปลกหน้าต่อมัน ถนนสายสั้นๆ ที่บางครั้งผมก็รู้สึกว่ามันเหมือนชายชราผู้ใจดี ด้วยความที่เป็นถนนเก่าแก่สายหนึ่ง บางขณะมันกลับคลับคล้ายชายหนุ่มผู้สง่างาม บางห้วงยามเธอก็กลายเป็นเด็กสาวผู้แสนซนและน่ารัก แต่บางคราวเธอก็ดูเป็นหญิงลึกลับและดุร้าย!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บางคนสนใจวิถีชีวิต บางคนเสพติดและติดหล่มจมปลักอยู่กับมัน แต่กับบางคน ความฝันของเขาอยู่บนถนนสายนี้...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยหน้าที่การงาน ความจำเป็น และเส้นทางที่ตัวเองเป็นคนเลือก ผมจึงต้องทำใจและจำใจเดินผ่านถนนสายนี้อยู่ทุกค่ำคืน และในค่ำคืนแรกๆ นั้น ผมต้องเดินชนิดที่เรียกได้ว่า โกยอ้าว เลยล่ะ แต่ด้วยความหนาแน่นของผู้คน รถเข็น และร้านค้า ผมจึงกลับมาสู่การเยื้องย่างอย่างสะเปะสะปะเหมือนเดิม  ...ราวกับหลุดออกมาจากเขาวงกต ผมเดินทะลุสู่ถนนราชดำเนิน หยุดพัก หายใจลึกๆ เอาอากาศก้อนใหญ่ๆ เข้าปอด เรียกสติกลับคืนมา แล้วไปยืนรอรถเมล์ เมื่อวิญญาณกลับคืนสู่ร่าง ผมจึงทำความเข้าใจกับตัวเองเสียใหม่ ถ้าเป็นอย่างนี้อีกต่อไป ผมคงไม่ไหวแน่ๆ หรือว่าเราอคติกับถนนสายนี้เกินไป รู้! ว่าไม่ชอบเสียงดังและความวุ่นวาย แต่เราอยู่กับความเชื่อและความรู้สึกเดิมๆ มากเกินไปหรือเปล่า เรารู้จักเขาดีหรือยัง ลองเปลี่ยนบรรยากาศ และเปิดรับสิ่งใหม่ๆ เข้ามาในชีวิตบ้างดีมั้ย เหมือนคนรู้หน้าไม่รู้ใจ บางคนนึกว่าเป็นคนดี แต่เอาเข้าจริงถึงขั้นชั่วร้าย แต่บางคนที่นึกว่าร้าย กลับกลายเป็นคนที่เราหลงรักหัวปักหัวปำ เราก็เคยมีประสบการณ์อะไรประมาณนั้นมาแล้วไม่ใช่เหรอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยหน้าที่การงาน ความจำเป็น และเส้นทางที่ตัวเองเป็นคนเลือก ผมจึงต้องกลับมาทำความเข้าใจ และทำความรู้จักกับมันอีกครั้ง...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สวัสดีถนนข้าวสาร!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถนนที่มีความยาวเพียง 300 เมตร ทอดตัวเหมือนงูนอนตาย เป็นถนนสายสั้นๆ ที่บรรจุและบรรทุกความฝันของใครหลายคนไว้บนแผ่นหลังของมัน บางคนในบางค่ำคืนเขากำลังนั่งพับความฝันของตัวเองอยู่เงียบๆ แล้วเดินจากไปโดยไม่หวนคืนมา บางคนกำลังเริงร่าไร้สติ แต่กับบางคนเขากุมความฝันของตัวเองไว้มั่นแล้ว กระทั่งเขาอาจเป็นผู้กุมความฝันของใครหลายคนไว้ในกำมือ นั่นคือ จะบีบก็ตายจะคลายก็รอด!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความสำเร็จใครก็ปรารถนา ดั่งเช่นธุรกิจการค้าและการตลาดหลังอัสดง นี่คือเส้นเลือดใหญ่ที่ไหลเวียนอยู่ในช่องท้องของถนนข้าวสาร และนี่คือกระเพาะอาหารของผู้คนบนถนนสายนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สูง-ต่ำคือคู่ตรงข้าม เหมือนฟ้ากับดินที่ไม่อาจแยกจากกัน อุปมาเป็นฉันใด อุปไมยก็เป็นฉันนั้น เช่นดั่งแผงและร้านค้าแบกะดินที่วางแผงขายสินค้าเรียงรายตามฟุตบาท เผชิญหน้ากับร้านอาหาร ผับ บาร์ อันใหญ่โตหรูหราสารพัด แออัดยัดทะนานกันอยู่บนถนนสายเล็กๆ สั้นๆ สายนี้ ไม่มีใครปฏิเสธหรอกว่า สัตว์ใหญ่ย่อมต้องกินสัตว์น้อย ปลาใหญ่ย่อมต้องกินปลาน้อย นั่นเป็นเรื่องธรรมชาติและธรรมดาไม่ใช่หรือ แต่เราจะปฏิเสธได้อย่างไรล่ะว่า ไม่ว่าสัตว์ใหญ่หรือสัตว์น้อย ปลาใหญ่หรือปลาน้อย เมื่ออาศัยอยู่ร่วมสายธารเดียวกัน ก็ย่อมต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม ก็มันคือชีวิต คือกฎแห่งความสมดุลของการดำรงอยู่ ไม่ใช่หรือ ?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บนถนนข้าวสาร ไม่ว่าจะเป็นร้านแบกะดินหรือร้านรวงใหญ่โตหรูหรา ไม่มีใครปฏิเสธหรอกว่าสองสิ่งนี้คือจุดเด่น จุดขาย คือเสน่ห์ของถนนข้าวสารที่ส่งเสียงเรียกให้บรรดานกฮูกนกเค้าแมวทั้งหลาย ร่อนปีกกางหางถลาลงบนถนนสายนี้ เมื่อนักร่ำราตรีกาลเหล่านี้หลั่งไหลมาเยือน ใครล่ะที่รับประโยชน์ เราไม่ต้องไปเอาธงมาฟันกันหรอกว่าเป็นใคร แม้ส่วนแบ่งและผลประโยชน์จะไม่เท่ากัน แต่นั่นก็เป็นไปอย่างสมน้ำสมเนื้อ ขึ้นอยู่กับประเภทและขนาดของธุรกิจการค้าขาย เมื่อดีมานด์และซัพพลายอยู่ในภาวะที่สมดุล ธุรกิจการค้าขายและความรื่นรมย์บนถนนข้าวสารก็ยังคงดำเนินต่อไป...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;***ตีพิมพ์ครั้งแรก : คอลัมน์ลมใต้ปีกนก /หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/33594790-116047085939274502?l=surachaiping.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://surachaiping.blogspot.com/feeds/116047085939274502/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=33594790&amp;postID=116047085939274502' title='4 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/33594790/posts/default/116047085939274502'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/33594790/posts/default/116047085939274502'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://surachaiping.blogspot.com/2006/10/blog-post.html' title='อัสดงบนถนนข้าวสาร'/><author><name>hammer of a gun</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09018882041053452684</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>4</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-33594790.post-115935882787701068</id><published>2006-09-27T05:02:00.000-07:00</published><updated>2006-09-27T05:07:07.880-07:00</updated><title type='text'>นิทราและฝันอันสิ้นสูญ</title><content type='html'>อาจมีสักครั้ง หมายความว่า อาจมีสักคืนที่คุณนอนไม่หลับ โดดเดี่ยวและอ้างว้าง กระสับกระส่ายและสับสน ทนทุกข์อยู่ในค่ำคืนอันอึดอัดและยาวนาน...&lt;br /&gt;               &lt;br /&gt;คุณพยายามกล่อมโลกใต้เปลือกตาคุณให้หลับใหล ด้วยพาราเซตามอล 1 เม็ด 2 เม็ด 3 เม็ด คุณยังมีสติพอที่จะไม่กรอกมันลงไปทั้งกระปุก อันที่จริงคุณพยายามควานหายานอนหลับที่มันไม่เคยมีอยู่จริงในห้องหับโกโรโกโสของคุณนั่นต่างหาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มันไม่มีเหตุผลเอาเสียเลยที่คุณนอนไม่หลับ คุณมั่นใจว่าร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ดี ตอนเย็นหลังเลิกงานคุณยังได้ออกกำลังกายด้วยการเตะฟุตบอลแทบทุกวัน และคุณก็ไม่เคยพบว่าตัวเองเป็นโรคซึมเศร้า ช่างไม่มีเหตุผลเอาเสียเลยที่คุณกินยาพาราเซตามอล ช่างไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย เพราะมันทำให้ปากคอคุณแห้งผาก ใจสั่นเหมือนอกจะแตกตาย ซ้ำร้ายคุณรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวเหมือนจะเป็นไข้ โอย...! ผีห่าซาตานตนใด เป็นผีห่าซาตานตนใดกัน... ถ้อยคำรำพึงอันน่าเวทนาผ่านริมฝีปากออกมาอย่างอ่อนล้าระโรยแรง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คุณอ้าปากหาว 1 หาว 2 หาว 3 หาว น้ำตาคุณไหลพราก เปล่าหรอก คุณไม่ได้ร้องไห้ แต่เป็นอาการง่วงเหงาหาวนอนอันสุดจะทน แต่นรกชัดๆ! มันยากที่จะข่มตาให้หลับลงได้ ยิ่งคุณพยายามข่มตาหลับ คุณยิ่งตกอยู่ในห้วงหมุนวนของความคิด มันทะลักทลายมาจากไหนกันนักหนา ความคิดบ้าๆ และไร้สาระทั้งนั้น และราวกับว่ากะโหลกศีรษะของคุณจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ คุณหวาดกลัวจนต้องลืมตาโพลงอยู่ในความมืด และราวกับว่าเหล่าแมลงเล็กๆ กำลังแทะเล็มดวงตาของคุณอยู่กระนั้น แล้วคุณต้องจำนนในวินาทีนั้นเองว่า นิทราและความฝันได้จากคุณไปแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เสียงขับอาซานจากชุมชนมุสลิมแผ่วแว่วมาแต่ไกลพร้อมกับเสียงไก่ขัน...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คุณลุกจากที่นอน ออกมายืนโงนเงนอยู่กับเงาอันเลือนสลัวของตัวเอง ที่ริมระเบียง คุณยืนอยู่ริมระเบียง หากก้าวเท้าแม้เพียงก้าวเดียวคุณล้มหัวฟาดพื้นแน่ๆ หัวคุณมันหนักเหมือนค้อนปอนด์ และค้อนปอนด์นี้แหละกำลังตอกหัวคุณอยู่ คุณพยายามสูดอากาศเข้าปอดลึกๆ แต่เป็นลมเช้านั่นหรอกที่ทำให้คุณดีขึ้น ได้เวลาที่คุณจะต้องอาบน้ำแต่งตัวไปทำงานแล้วล่ะสิ และต่อจากนี้ คุณบอกกับตัวเองว่า คุณจะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้ตัวเองหลับ!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คุณเปิดไฟที่ระเบียงหลังห้อง เสียบปลั๊กกระติกน้ำร้อน จุดบุหรี่สูบ เดินเข้าห้องน้ำ ออกจากห้องน้ำพร้อมกับร่างอันเปลือยเปล่า เดินโทงๆ ไปจุดบุหรี่สูบ ชงกาแฟ 1 ช้อน 2  ช้อน 3 ช้อน นั่นแน่! คุณแอบแถมให้ตัวเองอีกครึ่งช้อน เช้านี้ต้องเป็นกาแฟดำเท่านั้น คุณบอกตัวเอง...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คุณถือแก้วกาแฟมาที่โต๊ะเขียนหนังสือ วางลง แล้วคุณค่อยๆ คลี่ผ้าม่านออกทีละนิด ราวกับว่าคุณเป็นผีดูดเลือดที่กลัวแสงสว่างอย่างนั้นแหละ คุณหันหลังกลับเดินไปที่ตู้เสื้อผ้า จากร่างอันเปลือยเปล่า คุณเปลี่ยนมาอยู่ในชุดทำงาน เตรียมกระเป๋าและเอกสารมาวางที่โต๊ะเขียนหนังสือ คุณค่อยๆ นั่งลง เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ เอื้อมมือหยิบแก้วกาแฟ คุณจิบกาแฟ แล้วเปลี่ยนเป็นกรอกกาแฟลงคอ ถอนแก้วกาแฟออกจากปาก วางกลับที่เดิม หยิบบุหรี่ขึ้นมา คลึงเบาๆ แล้วป้อนเข้าปาก จ่อไฟแช็กที่ปลายมวนบุหรี่ แล้วจุด จุด จุด บุหรี่ติดไฟ คุณสูดควันเข้าปอด แล้วพ่นมันออกมาจากปาก คุณมองตามสายควันนั้นไปจนมันจางหาย คุณเคลิ้มและรู้สึกผ่อนคลาย ได้เวลาต้องไปทำงานแล้วล่ะ คุณบอกตัวเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วคุณก็หลับไป...&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/33594790-115935882787701068?l=surachaiping.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://surachaiping.blogspot.com/feeds/115935882787701068/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=33594790&amp;postID=115935882787701068' title='6 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/33594790/posts/default/115935882787701068'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/33594790/posts/default/115935882787701068'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://surachaiping.blogspot.com/2006/09/blog-post_115935882787701068.html' title='นิทราและฝันอันสิ้นสูญ'/><author><name>hammer of a gun</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09018882041053452684</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>6</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-33594790.post-115934063607326741</id><published>2006-09-27T00:02:00.000-07:00</published><updated>2006-09-27T00:03:56.083-07:00</updated><title type='text'>ลมหนาวที่กำลังจะมาถึง และจากไป...</title><content type='html'>เมื่อฉันรู้จักรัก ฉันก็รู้จักเธอ ลมหนาว...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันรู้สึก สัมผัส และได้ยินเสียงของเธออยู่เสมอ ทุกครั้งยามเมื่อเธอเดินทางมาถึง เธอจะค่อยๆ แง้มประตูเข้ามา ย่องเข้ามาเงียบๆ พัดลมเพดานหมุนวนเบาๆ นิ้วของเธอเลาะไล้ไปตามโมบายล์ริมหน้าต่าง มันส่งเสียงดังกรุ๊งกริ๊ง กรุ๊งกริ๊ง ประตูหลังห้องถูกเปิดออก แดดอ่อนอุ่นสาดระบาย ฉันจมอยู่ในฟูกนอน หลับตาและแน่นิ่ง บางครั้งฉันรู้สึกว่าเธอมาถึงเมื่อฉันกำลังจะตาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เธอค่อยๆ ทอดกายลงข้างๆ และเริ่มเล่นซุกซนบนร่างของฉัน ไม่นานเธอก็เบื่อ และกลับมาเป็นเหมือนหญิงสาวผู้อ่อนโยน เธอค่อยๆ เอนกายแนบซบลงกับแผ่นอก แล้วพลิกกลับมานอนหนุนไหล่ เธอเอามือลูบหัวฉันแผ่วเบา แล้วกระซิบที่ข้างหู... ฉันค่อยๆ ลืมตาขึ้นทั้งน้ำตา อยู่ในอาการกึ่งฝันกึ่งตาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันเคยเขียนบทกวี (ขอให้ฉันเรียกมันว่าบทกวีเถอะนะ) ในท่วงทำนองเดียวกันนี้เมื่อครั้งที่เธอจากไป...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอนนี้ ฉันรู้ว่าเธอยังอยู่อีกไกลกว่าจะเดินทางมาถึง เธออาจกำลังเพลินอยู่กับทุ่งดอกหญ้าและหมู่บ้านชาวดอยจนหลงลืมเวลา เธออาจมาไม่ถึง และเธออาจไม่มา แต่ฉันก็ยังไม่เคยเห็นเธอเหลวไหลอย่างนั้น แต่ก็ไม่แน่ เพียงแค่มันยังไม่เคยเกิดขึ้น แต่ถ้าหากเกิดขึ้น ฉันก็ทำใจไว้แล้วล่ะ ทำใจไว้ตั้งแต่ครั้งแรกที่เธอจากไป...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันรู้จักและผูกพันกับเธอเมื่อไหร่ ฉันไม่รู้ รู้แต่เพียงว่า เมื่อฉันรู้จักรัก ฉันก็รู้จักเธอ ลมหนาว ฉันอาจคิดถึงการมาเยือนของเธอเร็วไปสักหน่อย นั่นเพราะว่าฉันเหลือเวลาให้กับการอาลัยอาวรณ์ไม่มากนัก ฉันกำลังจะจากไป และมีใครบางคนรอฉันอยู่ เขาให้เวลาฉันไม่มาก เพราะเขาบอกว่าฉันเสียเวลาไปกับการอาลัยอาวรณ์มามากแล้ว และที่ว่าฉันกำลังจะจากไป ก็ไม่รู้หรอกนะว่าฉันจะจากใครไป ไม่เห็นมีใครให้ฉันต้องจากเขาไปเลยนี่ มีแต่คนที่จะให้ฉันไปหาเขานั่นหรอก แต่ฉันก็อดรู้สึกไม่ได้ว่า มีบางสิ่งบางอย่างที่ฉันกำลังจะจากมันไป ฉันไม่อยากค้นหา และฉันว่ามันคงไม่อยากปรากฏตัวหรอก อาจเป็นแมวจรจัดตัวนั้น ตัวที่มันมักมาส่งเสียงโหยหวนตอนดึกๆ ดื่นๆ มันหลอนฉัน แมวบ้านั่น เธอรู้มั้ย ลมหนาว เธอก็ไม่ต่างจากแมวจรจัดตัวนั้นหรอก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันเพิ่งรู้สึกตัว และพบว่าที่ผ่านมาเหมือนฉันอยู่กับเธอมาตลอด ลมหนาว ฉันอยู่กับอดีต ความทรงจำ และวันคืนเก่าๆ มามากพอแล้วจริงๆ และฉันหวังว่าเราคงไม่มีอะไรติดค้างต่อกัน ขอให้ฉันได้พบเจอสิ่งใหม่ๆ จากชีวิตที่เหลืออยู่ ฉันผิดที่บอกกับตัวเองว่าเธอคือความหวังทั้งชีวิต แล้วฉันก็ตั้งตาเฝ้ารอเธอ และหลายครั้งที่เธอมาแล้วก็ไป มาแล้วก็ไป และฉันก็ได้แต่รอ รอ เพียงเพื่อจะรอคอย...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อเธอเดินทางมาถึง ห้องของฉันก็จะเหลือเพียงความว่างเปล่า และเมื่อเธอแง้มประตูเข้ามา โมบายล์ริมหน้าต่างจะส่งเสียงดังกรุ๊งกริ๊ง กรุ๊งกริ๊ง แทนคำทักทายจากฉัน และแทนคำล่ำลา...&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/33594790-115934063607326741?l=surachaiping.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://surachaiping.blogspot.com/feeds/115934063607326741/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=33594790&amp;postID=115934063607326741' title='3 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/33594790/posts/default/115934063607326741'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/33594790/posts/default/115934063607326741'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://surachaiping.blogspot.com/2006/09/blog-post_27.html' title='ลมหนาวที่กำลังจะมาถึง และจากไป...'/><author><name>hammer of a gun</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09018882041053452684</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>3</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-33594790.post-115881638269194821</id><published>2006-09-20T22:25:00.000-07:00</published><updated>2006-09-20T22:26:22.703-07:00</updated><title type='text'>กระแสสำนึกของแมวจรจัดตัวหนึ่ง</title><content type='html'>มันเป็นอะไรที่...&lt;br /&gt;บ่อยมาก หรืออาจเรียกได้ว่าเป็นประจำเลยล่ะครับ เขาชอบมานั่งสูบบุหรี่ แล้วก็จมอยู่กับควัน ไม่รู้สิ... อ้อ! บางครั้งเขาก็เหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างเหมือนคนสติเลื่อนลอย  ในความรู้สึกของผม มันเป็นอะไรที่คล้ายการสิงสู่ หรือถูกจองจำมากกว่า เหมือนวิญญาณของคนตายที่วนเวียนอยู่บริเวณที่เขาตายนั่นแหละ นั่งอยู่อย่างหงอยเหงา แขนทิ้งตก นิ้วทั้งสองคีบบุหรี่ที่กำลังจะหลุดร่วง สายควันลอยคว้าง เอาหัวพิงขอบหน้าต่างอย่างอ่อนล้า ค่อยๆ หลับตา แล้วก็ตายลง นั่นแหละครับภาพในความรู้สึกของผม แล้วเขาก็วนเวียนกลับมาตายที่เดิมในท่าเดิมอยู่อย่างนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า วันแล้ววันเล่า โถ! คิดได้อย่างนี้ แมวอย่างผมก็พลอยเศร้า แต่ก็ไม่รู้จะช่วยเขายังไง หัวปลาทูที่ผมแอบคาบไปวางไว้ให้ เขาก็ปัดมันทิ้งไม่ไยดี เอ! วิญญาณร่อนเร่ตนนี้ชอบส่วนกุศลแบบไหนกันนะ เดี๋ยวคาบอะไรที่แบบขาวสวยหมวยอึ๋มมาวางไว้ตรงหน้า ดูซิหมอจะมีท่าทางยังไง จะว่าไปแล้วพวกมนุษย์ก็น่าเวทนากันทั้งนั้น เห็นสัตว์พวกนี้กัดกันทีไรก็น่าสงสาร – เวรกรรม! เมื่อไหร่พวกนี้จะรู้จักโตซักทีนะ&lt;br /&gt;แบบว่า...&lt;br /&gt;เมื่อเช้าตอนที่ผมเดินอาบแดดเล่นอยู่บนกำแพง ก็เหมือนทุกวัน ผมชะโงกคอดูพาดหัวข่าวบนแผงขายหนังสือพิมพ์ของเจ๊ดาหน้าปากซอย แน่นอนครับ มีข่าวคนฆ่ากันตายเหมือนทุกวันแหละ แต่ผมเห็นผู้ชายกลุ่มหนึ่งยืนอ่านพาดหัวข่าว ‘สาว 16 โดนเรียงคิวขืนใจ’ แล้วหันไปหยอกเย้าเพื่อนว่า “จับได้แล้ว ไอ้เดนทรชน” แล้วหัวเราะกันคิดคัก พอๆ กับพาดหัวข่าวเจ้าอาวาสแอบขยอบกับสีกาก่อนหน้านั้นน่ะ ผมเห็นสาวออฟฟิศท่าทางฉลาดมาดมั่นหันไปเปรยกับเพื่อนร่วมงานของหล่อนว่า “อยากลองบ้างมั้ยล่ะเธอ” ก็เหมือนข่าวสงครามที่พวกเขาชอบดูทหารหล่อๆ ชุดทหารเท่ๆ ดูความไฮเทคของรถถัง ดีไซน์ใหม่ของเครื่องบินทิ้งระเบิดรุ่นนั้นรุ่นนี้ และกับผู้คนที่ล้มตาย ทุกข์ทรมาน และหวาดผวา จากเหตุเภทภัยต่างๆ นานาที่เกิดจากธรรมชาติและน้ำมือของมนุษย์ด้วยกัน ผมไม่รู้ว่าทุกวันนี้นอกจากเรื่องของตัวเองแล้ว พวกมนุษย์ประเภทที่ยกตัวอย่างมาข้างต้นนั้นจะรู้สึกต่อเพื่อนร่วมโลกเหล่านี้กันยังไง เฉยๆ เพราะมันกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันไปแล้ว ชินแล้วค่ะ/ครับ อะไรประมาณนั้นหรือเปล่า รู้สึกไม่ต่างอะไรกับอ่านข่าวดาราคนนั้นไปมีอะไรกับดาราคนนี้ในรถของดาราอีกคน อย่างนั้นไหม หรือว่าข่าวโศกนาฏกรรมต่างๆ ได้กลายเป็น Info-tainment หรือข่าวสารบันเทิงอย่างที่เขาว่ากันจริงๆ ไม่รู้นะ อันนี้เป็นเพียงข้อสังเกตเล็กๆ น้อยๆ จากแมวแมวหนึ่ง ไม่รู้ว่ามุมมองของแมวอื่นๆ จะเป็นอย่างไร&lt;br /&gt;ไม่รู้สิ...&lt;br /&gt;ถึงจะขึ้นชื่อว่าแมวเหมือนกัน แต่แมวเราก็ต่างความคิดต่างจิตต่างใจนะครับ กับเจ้าหนุ่มอมทุกข์ข้างหน้าต่างคนนั้น ผมกลัวเหลือเกินว่าถ้าหากขยับตัวลุกขึ้น ร่างของเขาก็จะสลายกลายเป็นฝุ่นผง ไม่ได้เจตนาจะเมจิคอลเรียลิสติกอะไรหรอกครับ ผมเพียงรู้สึกว่าชีวิตของเขานั้นคงเปราะบางราวกับความฝันของเด็กทารก -เป็นเพียงความรู้สึกน่ะครับ ก็อย่างที่บอก แมวเราก็ต่างความคิดต่างจิตต่างใจ ผมบังเอิญไปได้ยินได้ฟังบรรดาพวกแมวผู้ใหญ่พูดคุยกัน พวกเขาบ่นๆ กันประมาณว่าคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่สมัยนี้ไม่ค่อยคิดหรือทำอะไรเพื่อส่วนรวม วันๆ เอาแต่หมกมุ่นครุ่นคิดอยู่กับเรื่องของตัวเอง อ่อนแอ เปราะบาง แก้ปัญหาไม่เป็น จึงเห็นแฟชั่นการประชดประชันชีวิตและการหนีปัญหาด้วยการฆ่าตัวตาย (ร่วมสมัย) อยู่บ่อยๆ รวมถึงหลายๆ ปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคมของคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่ยุคนี้ สำหรับผมแล้วนี่เป็นเพียงมุมมองของแมวกลุ่มหนึ่ง เป็นทัศนคติจากแมวชนชั้นกลางที่เป็นปัญญาชนเพียงไม่กี่แมวเท่านั้นเอง&lt;br /&gt;อะไรประมาณนั้น...&lt;br /&gt;ไม่ว่าจะเป็นโลกาภิวัตน์ นวัตกรรมใหม่ หรือจะไฮเทคโนโลยีอะไรก็แล้วแต่ที่หลายแมวบอกว่าทำให้คนสมัยนี้นิสัยเสีย  แต่ขณะเดียวกันสำหรับผม เวลามองออกไปนอกหน้าต่าง หรือมองจากบนกำแพง ผมว่ายุคสมัยนี้ก็มีเสน่ห์ สวย เก๋ น่ารัก และบาดตาบาดใจไปอีกแบบนะครับ ลองเปลี่ยนมุมที่คุณมอง นอกจากเดินบนกำแพง หรือไต่อยู่บนหลังคาบ้านแล้ว คุณลองเปลี่ยนเส้นทางที่เคยเดินเป็นประจำ (ห้ามเดินลัดสนาม!) คุณก็ลองเดินลัดสนาม (เด็กเล่น) ดูบ้างก็ได้นะครับ บางทีเราอาจได้เห็นในสิ่งที่ไม่เคยเห็น ได้ยินในสิ่งที่ไม่เคยได้ยิน และได้รู้สึกในแบบที่คุณไม่เคยรู้สึกมาก่อน ก็อาจเป็นได้&lt;br /&gt;โอะๆ เดี๋ยวๆ คนหนุ่มข้างหน้าต่างคนนั้นเขากำลังทำอะไรน่ะ อ้าวนั่น เขาพรวดพราดลุกขึ้น โอ๊ะ โอ๋ เขากำลังจ้องมองมาที่ผม ทันใดนั้นเขาก็ตวาดว่า&lt;br /&gt; “เธอมันก็ไม่ต่างจากแมวจรจัดตัวนั้นหรอก!”&lt;br /&gt;เธอก็ไม่ต่างจากแมวจรจัดตัวนั้น ชิชะ! คนหนุ่ม... อกหักแล้วพาลนี่หว่า ไม่ใช่แมวกะโหลกกะลา กู้!...แมวหยามนะโว้ย!&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/33594790-115881638269194821?l=surachaiping.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://surachaiping.blogspot.com/feeds/115881638269194821/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=33594790&amp;postID=115881638269194821' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/33594790/posts/default/115881638269194821'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/33594790/posts/default/115881638269194821'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://surachaiping.blogspot.com/2006/09/blog-post_115881638269194821.html' title='กระแสสำนึกของแมวจรจัดตัวหนึ่ง'/><author><name>hammer of a gun</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09018882041053452684</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-33594790.post-115874814977086039</id><published>2006-09-20T03:27:00.000-07:00</published><updated>2006-09-20T03:29:09.783-07:00</updated><title type='text'>กรอบรูปอันว่างเปล่า</title><content type='html'>กรอบรูปอันว่างเปล่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ใครนะช่างคิด ช่างจินตนาการ เอากรอบรูปมาแขวนไว้ใต้ต้นมะม่วงเล็กๆ ต้นหนึ่ง ต้นมะม่วงในสนามเด็กเล่นเล็กๆ แห่งหนึ่ง ในหมู่บ้านจัดสรรเล็กๆ แห่งหนึ่ง ในประเทศเล็กๆ ประเทศหนึ่ง ในโลกใบเล็กๆ ใบหนึ่ง มันคงจะเล็กมากถ้ามองลงมาจากทางช้างเผือก&lt;br /&gt;มันเป็นเพียงกรอบรูปเล็กๆ อันหนึ่ง เป็นกรอบรูปอันว่างเปล่า ไม่มีทั้งภาพถ่ายและภาพเขียน อาจเป็นผู้ใหญ่ตัวเล็กๆ หรืออาจเป็นเด็กตัวโตๆ สักคนที่เอากรอบรูปอันว่างเปล่านี้มาแขวนไว้กับกิ่งมะม่วง พวกเขากำลังคิดอะไรกันอยู่นะ พวกเขากำลังจินตนาการถึงสิ่งใดกันอยู่ล่ะ หรือพวกเขาอาจไม่คิดอะไรเลยก็เป็นได้ ในสมองของพวกเขาอาจว่างเปล่า หรือพวกเขาอาจไม่มีสมอง หรืออาจไม่ใช่ทั้งสองอย่าง แต่อาจเป็นแค่คนบ้าสักคน ใช่ คนบ้ามักทำสิ่งที่เราไม่คาดคิดเสมอ&lt;br /&gt;กรอบรูปอันว่างเปล่า หมุน และแกว่งไกวไปมากับสายลม มองดูเพลินๆ เหมือนเด็กผู้หญิงคนหนึ่งกำลังเล่นไกวชิงช้า มองไปมองมาเหมือนโมบายล์ยามต้องสายลม สั่น แต่ไร้สุ้มเสียง ตากแดด ตากฝน เก่าคร่ำ และกำลังผุพอง แต่ภาพทุกภาพที่ผ่านเข้ามาในกรอบอันว่างเปล่านั้น สดใหม่ และเต็มไปด้วยชีวิตชีวา เป็นกรอบรูปที่มีไว้ใส่จินตนาการและความคิดฝัน กรอบรูปเล็กๆ ที่เราสามารถเห็นทั้งความจริงและภาพลวงตาได้พร้อมๆ กัน ขึ้นอยู่กับว่าเราจะใช้อะไรดู การเห็นใช่มีแต่เพียงดวงตา เราเป็นทั้งผู้ดู และเป็นได้ทั้งคนที่อยู่ในภาพ และเราเลือกที่จะเดินออกมาจากกรอบรูปนั้นเมื่อไหร่ก็ได้ เพราะกรอบรูปอันว่างเปล่าไม่กักเก็บภาพใดไว้ในกรอบแห่งตน ภาพทุกภาพที่ผ่านเข้ามา ก็เพียงเพื่อจะผ่านไป...&lt;br /&gt;กรอบรูปอันว่างเปล่าก็เหมือนกับหน้าต่างที่เราเปิดออกมาดูโลกใหม่ยามเช้า เราสัมผัสมันได้ด้วยลมหายใจที่มีอยู่ ชีวิตย่อมสัมผัสได้ถึงชีวิต นกน้อยตัวหนึ่งโฉบบินผ่านหน้าไป และใบไม้ที่กำลังร่วงลงดิน หน้าต่างไม่อาจบันทึกภาพเหล่านั้นไว้ได้ แต่มันก็เปิดออกให้เราได้เห็น ได้คิด และจินตนาการไปตามเรื่องตามราว นำเราออกไปสู่โลกอันไม่รู้จบของจินตนาการ นำเราออกจากการจ่อมจมอยู่กับภาพบางภาพในกรอบรูปสี่เหลี่ยมเล็กๆ ที่เราเผลอทำน้ำตาหกใส่มันอยู่ทุกค่ำคืน นำเราออกไปสู่โลกภายนอกอันกว้างใหญ่ไพศาล ที่มีพื้นที่ให้ความคิดฝันแบบเด็กๆ ของเราได้วิ่งเล่น เมื่อหน้าต่างเปรียบเสมือนกรอบรูปอันว่างเปล่า แล้วดวงตาแห่งการมองเห็นของเราล่ะ?&lt;br /&gt;ดวงตาของเราก็ดุจดั่งกรอบรูปอันว่างเปล่า ดวงตาของเราพบและผ่านภาพต่างๆ มามากมาย คนดี คนเลว คนโลภ คนหลง คนรัก กระทั่งคนทรยศ ดวงตาของเราได้พบพานมาแล้วทั้งนั้น รวมทั้งภาพใบไม้ร่วงและนกน้อยโฉบบินตัวนั้นด้วย แม้เพียงเสี้ยววินาที เพราะดวงตาไม่เคยกักเก็บภาพใดไว้ในกรอบแห่งตน&lt;br /&gt;กรอบรูปที่แท้จริงคือ ‘ความทรงจำ’ ต่างหาก บางภาพสลักมั่น บางภาพเลอะเทอะเลอะเลือน บางภาพซีดจาง บางภาพทำให้เราหงุดหงิดรำคาญ บางภาพสับสนวนวก บางภาพทำให้เราหัวเราะ และบางภาพก็ทำให้เราหัวเราะไม่ออก แล้วไยบางภาพทำให้เราเจ็บปวด กระทั่งหลั่งน้ำตา... &lt;br /&gt;ความทรงจำคือกรอบรูปที่เก็บภาพต่างๆ ไว้ในกรอบแห่งตน ภาพต่างๆ จะสูญสลายไปก็ต่อเมื่อกรอบรูปนั้นถูกเผาไหม้ หรือฝังลงดินพร้อมกับซากร่างผู้เป็นเจ้าของ&lt;br /&gt;กรอบรูปอันว่างเปล่าแขวนอยู่ใต้ต้นมะม่วงเล็กๆ ต้นหนึ่ง ต้นมะม่วงในสนามเด็กเล่นเล็กๆ แห่งหนึ่ง สนามเด็กเล่นในหมู่บ้านจัดสรรเล็กๆ แห่งหนึ่ง หมู่บ้านจัดสรรในประเทศเล็กๆ ประเทศหนึ่ง ประเทศเล็กๆ ที่อยู่ในโลกใบเล็กๆ ใบหนึ่ง โลกใบเล็กๆ ที่กำลังกลอกกลิ้งอยู่บนใบหน้าของจักรวาลอันเวิ้งว้างว่างเปล่า...&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/33594790-115874814977086039?l=surachaiping.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://surachaiping.blogspot.com/feeds/115874814977086039/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=33594790&amp;postID=115874814977086039' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/33594790/posts/default/115874814977086039'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/33594790/posts/default/115874814977086039'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://surachaiping.blogspot.com/2006/09/blog-post_20.html' title='กรอบรูปอันว่างเปล่า'/><author><name>hammer of a gun</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09018882041053452684</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-33594790.post-115797870782918424</id><published>2006-09-11T05:44:00.000-07:00</published><updated>2006-09-11T05:45:07.840-07:00</updated><title type='text'>ชายหนุ่มฯ</title><content type='html'>ชายหนุ่มคนที่พระเจ้าขโมยไปจากเธอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลังเลิกงาน... เธอฝ่านรกบนท้องถนนและฝูงสัตว์ยานยนต์ที่กำลังคำรามอย่างคลั่งบ้า&lt;br /&gt;กรุงเทพมหานคร เธอกำลังยืนห้อยโหนอยู่ในกรุงเทพมหานคร เมืองที่มีพื้นที่อันจำกัด และจำกัดไปเสียทุกสิ่งทุกอย่าง ยกเว้นจำนวนผู้คนและความฟุ่มเฟือยของพวกเขา เมืองที่วุ่นวายไปด้วยเสียงสัญญาณโทรศัพท์มือถือ เมืองที่เต็มไปด้วยโทรศัพท์มือถือ (รวมของเธอด้วย) ถ้าเอามารวมกันก็คงกองเป็นภูเขาเลากา&lt;br /&gt;รถเมล์คันที่เธอโดยสารเบียดเสียดยัดเยียดร่วมกับผู้โดยสารคนอื่นๆ นั้น... และรถเมล์คันที่มีผู้โดยสารเบียดเสียดยัดเยียดกันอยู่นั้น มันก็มักมีเหตุให้ต้องมีเรื่องบังเอิญชนิดนี้อยู่เสมอๆ มันคือความบังเอิญของกรุงเทพฯเมืองสวรรค์ที่มีสัตว์นรกเพศผู้เบียดเสียดยัดเยียดร่วมโดยสารมาในรถคันเดียวกันกับเธอ ให้ตายสิ! เธอรู้ว่ามันเป็นสัตว์นรกก็จากแววตาอันหื่นกระหายของมัน มันพยายามใช้บางอวัยวะ และบางอวัยวะของมันนั้นช่างไม่สัมพันธ์กับทิศทางและจังหวะการโยกคลอนของตัวรถเอาเสียเลย และจากจังหวะนั้น เธอก็ได้รับรู้ถึงโชคชะตาฟ้าลิขิตที่ชักนำให้เธอมาพบกับไอ้โรคจิตมือสมัครเล่นคนนี้ มันตั้งใจและพยายามใช้อวัยวะส่วนนั้นหาเศษหาเลยกับเนื้อตัวร่างกายของเธอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มันเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ ในรถเมล์คันเท่ากระป๋องนม แต่บรรจุผู้คนได้มหาศาล เมื่อรถเมล์ทุกคันอัดแน่นไปด้วยผู้คน หนทางเดียวที่จะกลับบ้าน ก็คือต้องยอมทนเบียดเสียดยัดเยียดไปกับผู้โดยสารคนอื่นๆ ด้วยสถานภาพอย่างเธอ หากไม่จำเป็นจริงๆ เธอจะไม่ใช้บริการแท็กซี่ แต่คราวนี้ เธอบอกตัวเอง แต่คราวนี้ เธอโชคไม่ดีจริงๆ ซวยชิบเป๋ง! ทุเรศ... ทุเรศที่สุด!...ไอ้เหี้ยยย! (เธอด่ามันดังๆ ในใจ โดยไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหน ปกติเธอเป็นคนเรียบร้อย และไม่ชอบสบถคำหยาบคาย แต่ขอโทษ คราวนี้เธอสุดที่จะทน!)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บนรถไม่เหลือที่ว่างพอให้เธอได้ปกป้องผายสะโพกและแอ่นอกของตัวเอง และในห้วงจินตนาการของไอ้โรคจิตคนนั้น มันคงปลดเปลื้องเสื้อผ้าของเธอออกจนหมดแล้ว เธอคงเหลือแต่ตัวเปลือยเปล่าล่อนจ้อน ถ้าเดาไม่ผิด ในความคิดอุบาทว์ของมันนั้น มันคงกำลังข่มขืนชำเราเธออยู่เป็นแน่แท้ เมื่อคิดได้ดังนั้น มันทำให้เธอรู้สึกเสียวสะท้าน เปล่าหรอก เปล่า! กรุณาอย่าเข้าใจผิด เธอไม่ได้รู้สึกเคลิ้มกับเรื่องอย่างว่า แต่เธอหวาดผวาไปกับความคิดของตัวเองเท่านั้น และนั่นทำให้เธอไม่รีรอที่จะขอทางท่านผู้โดยสารทั้งหลาย ก้าวเท้าน้อยๆ ของเธอลงจากรถ ยัง! ยังไม่จบเพียงเท่านั้น ด้วยความเจ็บใจ เธออดไม่ได้ที่จะเหลือบหางตาหันไปมองมัน ไอ้สัตว์นรกนั่น มันกำลังยิ้มแสยะเขี้ยวอันชั่วร้ายเย้ยหยัน วินาทีนั้น เธอแน่ใจแล้วว่า มันมาจากนรกจริงๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถึงมันจะลำบากยากเข็นสักเพียงไหน เธอบอกกับตัวเอง ถึงมันจะลำบากยากเย็นสักเพียงไร เธอก็จะยอมทน เพราะเธอมีความหวัง เพราะเธอมีความอบอุ่น นั่นเพราะเธอมีความสุข ถึงมันจะเป็นความสุขเพียงเล็กๆ น้อยๆ แต่เธอก็ไม่ต้องการอะไรมากมายไปกว่านี้ นั่นเพราะเธอมีความรัก เพราะเธอมีเขา ชายหนุ่มคนที่เธอรัก เขากำลังรอเธออยู่ที่จุดหมายปลายทาง อยู่ในหับห้องอันเสมือนเรือนรัง อยู่กับชายที่เธอรักและภักดีต่อเขา โอ้! สวรรค์! เธอไม่ปรารถนาสิ่งใดอีกแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เธอกลับมาถึงห้องเช่าด้วยความอ่อนล้า ในสภาพที่ราวกับว่าเธอโดนกระชากลากถูไปปู้ยี่ปู้ยำที่ไหนมา แต่ขอบคุณสวรรค์ที่มันไม่ได้เกิดขึ้นจริง...&lt;br /&gt;...แต่โอ้!... สวรรค์! ที่ผ่านมาทั้งหมดนั้น เพียงเพื่อจะนำทางเธอมาพบกับความปวดร้าวยิ่งกว่า... ยิ่งกว่าความปวดร้าวใด เธอไขกุญแจเปิดประตูห้อง ลมสายหนึ่งพลิ้วผ่านร่าง เธอหยุดชะงัก นิ่งค้าง ลางสังหรณ์บอกว่าบางสิ่งบางอย่างไม่เหมือนเดิม วูบนั้น ฉับพลัน และราวกับสายฟ้าฟาด เธอรู้สึกถึงความว่างเปล่าร้าวรานในหัวใจ เธอวิ่งพล่านไปทั่วห้องเหมือนคนเสียสติ เปิดตู้เสื้อผ้า วิ่งปราดไปที่ระเบียงหลังห้อง เข้าไปในห้องน้ำ แล้วค่อยๆ โผเผออกมาอย่างอ่อนล้า โอ้!สวรรค์ เพียงเพื่อจะบอกว่า... เธอไม่เหลืออะไร โอ้! พระเจ้า! พระองค์เอาชายคนที่เธอรักไปไว้เสียที่ไหน พระองค์ขโมยคนรักของเธอไปยังหนแห่งใด โอ้! พระเจ้า! พระองค์ทำได้ยังไงกัน นั่นมันคนรักของเธอนะ!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เธอทรุดตัวลงกับพื้นห้อง ตีอกชกตัว กำกำปั้นทุบกำแพง แรงๆ แรงๆ เพียงเพื่อจะถามว่า นี่เป็นความจริงใช่มั้ย หรือเพียงแค่เธอฝันไป สุดท้ายเธอหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา กดไปที่ชื่อและหมายเลขที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดี... ไม่มีสัญญาณตอบรับ ไม่ต้องถามถึงเหตุผล ไม่ต้องถามว่าทำไม หลายสิ่งหลายอย่างที่ผ่านมาเธอพอจะเข้าใจแล้วว่าเพราะอะไร เพียงแต่เธอไม่เคยเอะใจ ไม่เคยคิดระแวงสงสัยในความรักและคนที่เธอรัก ไม่ว่าคนอื่นเขาจะพูดกันยังไง จนถึงวินาทีที่เธอยอมจำนนกับความจริงที่ว่า... ชายหนุ่ม ชายคนที่เธอรัก ได้จากเธอไปแล้วจริงๆ และนั่นทำให้น้ำใสๆ ไหลรินออกมาจากขอบตา มันไหลรินออกมาจากหัวใจอันแหลกสลายของเธอนั่นหรอก และเธอรู้อีกว่า อีกนานกว่าที่มันจะหยุดรินไหล และเธอยังรู้อีกว่า แผลในใจ มันไม่ใช่แผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เธอต้องการใครสักคนเพื่อระบายความรู้สึก เธอต้องการใครสักคนเพื่อจะบอกความในใจ เธอต้องการใครสักคนที่อยากรับฟังและเข้าใจ เธอต้องการใครสักคนที่จะบอกให้เขารับรู้ว่า เธอปวดร้าวเพียงใด เธอเสียใจ เธออยากบอกว่า เธอเสียดาย ยังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่เธอยังไม่ได้ทำ และยังมีคำหนึ่งคำที่เธอยังไม่ได้บอกกับเขา... ชายหนุ่มเอ๋ย! สิ่งที่เธอทำนั้นมากกว่าคำว่า... รัก&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/33594790-115797870782918424?l=surachaiping.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://surachaiping.blogspot.com/feeds/115797870782918424/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=33594790&amp;postID=115797870782918424' title='5 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/33594790/posts/default/115797870782918424'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/33594790/posts/default/115797870782918424'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://surachaiping.blogspot.com/2006/09/blog-post.html' title='ชายหนุ่มฯ'/><author><name>hammer of a gun</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09018882041053452684</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>5</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-33594790.post-115708786905149461</id><published>2006-08-31T22:16:00.000-07:00</published><updated>2006-08-31T22:17:49.060-07:00</updated><title type='text'>ฝนตกที่รถตู้</title><content type='html'>ฝนตกติดต่อกันนานหลายชั่วโมง น้ำท่วมถนน รถยนต์ติดกันยาวเหยียดเป็นแพ ผมนั่งเอาหัวพิงหน้าต่างกระจกอย่างอ่อนแรง ลมหายใจแผ่วเบา เหงื่อซึมซิบ ดวงตาเหม่อค้างมองหยาดฝนหยดกระเซ็นบนหน้าต่างกระจก ผมรู้สึกเหมือนโลกกำลังร้าวปริ...&lt;br /&gt;สองทุ่มครึ่ง รถตู้คันที่ผมโดยสารยังขยับเขยื้อนเคลื่อนที่ไปได้ไม่ถึงไหน ผู้โดยสารทยอยลงจากรถทีละคนๆ จนกระทั่งเหลือเพียงผมกับหญิงสาวคนหนึ่งที่กำลังวุ่นอยู่กับการกดหมายเลขโทรศัพท์ และคนขับขี้หงุดหงิดคนนั้น...  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฮัลโล...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เออ! เธอคุยกับใครตั้งนาน ฉันกดหาเธอไม่รู้กี่ครั้งแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วทำไมไม่คิดจะโทรหาฉันบ้าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; ฉันติดอยู่บนรถสองชั่วโมงแล้วเนี่ย ฝนตกหนักมากเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เหนื่อยก็เหนื่อย เปียกก็เปียก หิวก็หิว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พ่อฉันไม่ได้เป็นอธิบดีกรมอุตุฯนี่ จะไปรู้ได้ยังไง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;งานมีปัญหา โดนเจ้านายบ่นทั้งวัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เวลาจะไปเยี่ยวยังไม่มี จะเอาเวลาที่ไหนไปกินล่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก็เงินตั้งแสนนี่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สูงถึงหัวเข่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อือ... นานแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นี่... เมื่อกี้คุยอยู่กับใคร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก็ฉันกดไปเป็นหมื่นครั้งแล้ว สายไม่ว่างสักที&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตกลงคุยอยู่กับใคร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่าให้จับได้นะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันอยากกินหอยทอดน่ะ ออกไปซื้อให้หน่อยได้ไหม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก็ร้านหน้าปากซอยไง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฝนตกหรือเปล่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก็กางร่มออกมาซื้อให้หน่อยไม่ได้เหรอ แล้วก็รอรับฉันด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เออ... แวะซื้อผ้าอนามัยที่เซเว่นฯให้ด้วยนะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมนส์มายังกับเขื่อนแตก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อ้าว ก็ฉันห้ามมันได้ที่ไหนล่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เซ็งอะไร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทำให้กันแค่นี้ไม่ได้เหรอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นี่! เซ็งอะไร!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันไม่ได้ขอให้เธอไปตายนะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เออ... เออ... ถ้ามันลำบากนักไม่ต้องออกมาก็ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นี่เธอพูดไม่รู้เรื่องหรือไง มีสมองหรือเปล่า ก็ฉันห้ามมันได้ที่ไหนล่ะ ถึงรอบมันก็มาของมันเองตามธรรมชาติ เธอห้ามฝนตกได้ไหมล่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เธอไม่ได้เป็นห่วงอะไรฉันเลยใช่ไหม เธอพูดเอาแต่ได้ฝ่ายเดียว ฉันเพิ่งรู้ว่าเธอเห็นแก่ตัวขนาดนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่มีเหตุผลเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก็คิดจะ...ท่าเดียว!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(พี่ๆ เบาๆ เพลงหน่อยได้ไหม หายใจไม่ออกแล้วเนี่ย-หญิงสาวตะโกนบอกคนขับ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันไม่ได้ชวนทะเลาะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เธองี่เง่า-งี่เง่ามาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก็งี่เง่าไหมล่ะที่เธอพูด พูดออกมาได้ยังไง ฉันไม่อยากจะเชื่อเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก็เมื่อกี้ไง พอฉันบอกว่าเมนส์มา....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในใจเธอมีแต่เรื่องเดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เธอก็รู้อยู่แก่ใจนี่ว่าฉันพูดเกินไปหรือเปล่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่หรอก เธอไม่คิดที่จะทำเพื่อฉันเลยสักนิด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ครึ่งปีแล้วนะที่เธอตกงาน ฉันเคยบ่นเคยว่าเคยบังคับให้เธอไปหาสมัครงานบ้างไหม เงินเดือนพนักงานบัญชีหยิบมือเดียวฉันก็ยังอุตส่าห์เจียดแบ่งให้เธอใช้ ฉันให้เธอได้ และก็ให้เธอหมดแล้วทุกอย่าง แล้วเธอคิดจะทำอะไรเพื่อฉันบ้างไหม เรื่องเล็กน้อยแค่นี้เธอยังทำให้ฉันไม่ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โต๊ะบอลนั่นเหรอ ?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รายได้ ! เธอเรียกมันว่ารายได้!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รายได้เท่าไหร่! เธอเคยบวกลบคูณหารบ้างหรือเปล่า รายได้เจ้าของโต๊ะล่ะสิไม่ว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ใครกันแน่ที่พูดไม่รู้เรื่อง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันไม่ได้ลำเลิกบุญคุณ ฉันพูดเรื่องจริง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ใช่!, ฉันเป็นคนชวนเธอมาอยู่เอง ฉันผิดเอง ไม่รู้ฉันหน้ามืดตามัวอยู่กับเธอมาได้อย่างไร ฉันมันโง่ เสียให้เธอจนหมดแล้วนี่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อ๋อ!..ในที่สุดก็เผยธาตุแท้ออกมาสินะ ฉันนี่มันโง่จริงๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก็ใช่!, ฉันเต็มใจเอง ก็นึกเสียว่าให้หมามันกิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เออ! อยู่ด้วยกันไม่ได้ก็ไม่ต้องอยู่สิ!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จบก็จบ!&lt;br /&gt;เออ!&lt;br /&gt;เลิกก็เลิก!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไอ้ควายยย!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉัน ไม่ เสีย ใจ โว้ยยย!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงสาวเปิดประตูรถ  ก้าวลง จ่ายเงินค่าโดยสารพร้อมกับพูดกับคนขับ “พี่ แอร์ไม่มีเลยนะ น้ำยาหมดหรือเปล่า” ผมกำลังดื่มด่ำอยู่กับการสูดดมอากาศเย็นฉ่ำชื่นที่ไหลทะลักเข้ามาทางประตู หญิงสาวยื่นมือรับเงินทอนจากคนขับพร้อมกับพูดต่ออีกว่า “...ในรถไม่มีอากาศหายใจเลย!” พูดจบ เธอลากประตูรถ ปิด ปึ้งงง!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;-------------------------------------------------------------------------------------------------------&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/33594790-115708786905149461?l=surachaiping.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://surachaiping.blogspot.com/feeds/115708786905149461/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=33594790&amp;postID=115708786905149461' title='2 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/33594790/posts/default/115708786905149461'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/33594790/posts/default/115708786905149461'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://surachaiping.blogspot.com/2006/08/blog-post_31.html' title='ฝนตกที่รถตู้'/><author><name>hammer of a gun</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09018882041053452684</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-33594790.post-115700104085260477</id><published>2006-08-30T22:03:00.000-07:00</published><updated>2006-09-06T01:49:38.566-07:00</updated><title type='text'>เรื่องเล่าเชยๆ</title><content type='html'>&lt;a href="http://photos1.blogger.com/blogger/2087/3691/1600/cover5.jpg"&gt;&lt;img style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; CURSOR: hand" alt="" src="http://photos1.blogger.com/blogger/2087/3691/320/cover5.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:trebuchet ms;color:#333300;"&gt;ด้วยแนวคิดง่ายๆ ที่ว่า &lt;strong&gt;“กูไม่อยากด่าใครอีกต่อไป กูจะใช้ชีวิตที่เหลือในโลกนี้เพื่อทำสิ่งที่กูอยากเห็นด้วยมือของกูเอง เท่าที่กูพอจะทำได้”&lt;/strong&gt; เมื่อต้นปี 2549 ที่ผ่านมา คนหนุ่มสาวตัวเล็กๆ ห้าหกคน ตัดสินใจลาออกจากงานประจำที่ทำอยู่อย่างพร้อมเพรียงกันโดยมิได้นัดหมาย แต่ไหนๆ ก็เลือกจะตกงานเหมือนกันแล้ว จึงตัดสินใจสุมหัวกันทำนิตยสารเล็กๆ ของพวกเราเองสักฉบับหนึ่ง ท่ามกลางเสียงห้าม และความเป็นห่วงเป็นใยของบรรดาเพื่อนพ้องน้องพี่ร่วมวิชาชีพ &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:trebuchet ms;color:#333300;"&gt;ไม่ว่าจะเป็น ‘ที่ปรึกษาของที่ปรึกษา’ รุ่น ‘รับประกันคุณภาพชั่วชีวิต’ ของพวกเราอย่าง คุณเสถียร จันทิมาธร บรรณาธิการบริหารมติชนสุดสัปดาห์, คุณสุพจน์ แจ้งเร็ว บรรณาธิการศิลป-วัฒนธรรม ,คุณภิญโญ ไตรสุริยธรรมา บรรณาธิการสำนักพิมพ์ openbooks ,คุณสมชัย วิพิศมากูล และคุณวิจิตร บุญชู บรรณาธิการบริหารนิตยสาร Wave,คุณลัลตรา วรสุมาวงศ์ ประชาสัมพันธ์มืออาชีพขององค์กรใหญ่หลายแห่ง ฯลฯ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่เมื่อเห็นว่าคงห้ามพวกเราไม่ได้อย่างแน่แท้ เสียงห้ามอันล้ำค่าเหล่านี้ ก็เปลี่ยนมาเป็นแบคอัพแน่นปึ้ก ในฐานะ ‘บรรณาธิการที่ปรึกษา’ของเราบ้าง เป็น ‘ผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการ’ ของเราบ้าง นี่แหละครับ จุดกำเนิดของนิตยสารฟรีฟอร์มในมือคุณ &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:trebuchet ms;color:#333300;"&gt;นิตยสารฟรีฟอร์มฉบับแรกออกวางจำหน่ายในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ 34 ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ได้ด้วยมิตรจิตมิตรใจจากผู้คนอีกจำนวนหนึ่ง ที่อนุญาตให้เรานำหนังสือไปฝากขาย ไม่ว่าจะเป็นคุณปานบัว บุนปานและคุณภาณี ลอยเกตุ บรรณาธิการสำนักพิมพ์มติชน,คุณพาฝัน ศุภวานิช บรรณาธิการสำนักพิมพ์วงกลม,คุณวาด รวี บรรณาธิการสำนักพิมพ์อันเดอร์กราวนด์ (ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นshine publishing house),คุณนิวัต พุทธประสาท บรรณาธิการสำนักพิมพ์เม่นวรรณกรรมและอัลเทอร์เนทีฟไรเตอร์ คุณนกป่า อุษาคเนย์ บรรณาธิการสำนักพิมพ์ทางเลือก ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีร้านหนังสือท่าช้าง,คมบาง,บลูสเกล,สามัญชนและเพื่อน,ดวงกมล รวมทั้งร้านหนังสือและสำนักพิมพ์อีกสิบกว่าแห่ง ที่ช่วยเหลือให้นิตยสารฟรีฟอร์มฉบับแรก ออกไปถึงมือผู้อ่านในจำนวนที่เกินคาดหมาย จนพวกเราอิ่มใจแทบไม่ต้องกินข้าวกินน้ำกันไปหลายวัน และทำให้พวกเรายังสามารถทำนิตยสารฉบับนี้ออกมาให้อ่านกันได้ทุกเดือน จนถึงขณะนี้ ทั้งที่มีโฆษณามาสนับสนุนเล่มละแค่ชิ้นสองชิ้น จนผู้อ่านที่น่ารักของเราหลายคนเป็นห่วงมาก (ลองพลิกดูฉบับแรก จะเห็นว่าเราไม่มีพนักงานขายโฆษณาด้วยซ้ำ) &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:trebuchet ms;color:#333300;"&gt;กำลังใจมาแล้วนี่ครับ พวกเราก็เลยเริ่มบ้าพลังตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ยอมรับว่าเหนื่อย แต่ก็สุขใจ เราไม่ได้พูดถึงความสำเร็จนะครับ เพราะไม่ว่าจะมองจากมุมไหน ให้ตายยังไง นิตยสารฟรีฟอร์มก็ยังเป็นเพียงผู้เริ่มต้น ยังมีอีกหลายอย่างที่เราต้องพิสูจน์ เช่น หนังสือที่(แทบ)ไม่มีโฆษณา แต่สามารถเลี้ยงตัวเองได้ด้วยยอดขายหนังสืออย่างแท้จริงนั้น มันจะอยู่ได้จริงหรือไม่ในยุคนี้ &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:trebuchet ms;color:#333300;"&gt;หลายเรื่องในการทำงาน ยอมรับว่าพวกเราเลือกจะหยิ่งนิดหน่อยครับ แต่เราตระหนักเสมอว่า สิ่งที่ทำให้เราสามารถเดินไปข้างหน้าได้อย่างเต็มก้าวในวันนี้มันไม่ได้งอกขึ้นมาจากผืนดิน ไม่ได้ลอยอยู่ในอากาศให้หยิบคว้าง่ายๆ แต่มันมาจากผู้อ่านจำนวนหนึ่ง และผู้มีพระคุณเงียบๆ อีกจำนวนหนึ่ง คอยสนับสนุนเราอยู่ ทั้งที่บางคน แค่ได้พบปะพูดคุยกันในช่วงเวลาสั้นๆ แต่กลับช่วยเหลือเราในเรื่องต่างๆ มากมาย &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:trebuchet ms;color:#333300;"&gt;อย่างการสัมภาษณ์แขกรับเชิญบนปกของเราฉบับนี้ เราก็ได้รับความช่วยเหลือจากคุณปราบดา หยุ่น ที่ส่งข่าวคราว รวมทั้งรับเป็นธุระติดต่อคุณวิศุทธิ์ พรนิมิตร ตั้งแต่วันแรกๆ ที่เขากลับมาถึงเมืองไทย ทั้งที่การงานก็ล้นพ้นตัวอยู่แล้ว (ขอบคุณมากๆ ครับพี่) &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:trebuchet ms;color:#333300;"&gt;ยังมีอีเมลและจดหมายหลายฉบับ มีทั้งเรื่องราวที่มาทางสายโทรศัพท์ให้พวกเราได้เซอร์ไพรส์อยู่เรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นผู้อ่านทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ พวกเขาส่งความคาดไม่ถึงมาหาเราเสมอ บางคน ‘มีของ’ จนเราต้องจัดการนัดสัมภาษณ์ เรียบเรียงเป็นเรื่องราวชีวิตและผลงานของเขาและเธอ ที่ลงตีพิมพ์ไปแล้วก็มี ลองตามอ่านเรื่อยๆ นะครับ เราจะทยอยนำลงตีพิมพ์ให้อ่านกัน &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:trebuchet ms;color:#333300;"&gt;แม้ว่าการทำนิตยสารไม่ใช่เรื่องโรแมนติก แต่หลายครั้งในระหว่างการทำงาน ก็มักมีเรื่องน่ายินดี ที่ทำให้พวกเราได้บอกกันเองอยู่บ่อยๆ ว่า เราคิดถูกแล้ว เราคิดถูกจริงๆ ที่เลือกเส้นทางนี้ พูดเบาๆ นะครับ ว่าถ้าเลือกได้ เราก็ไม่ค่อยอยากให้มีโฆษณาประเภทริงโทนเจ๊าะแจ๊ะอะไรทำนองนั้นเลย ถ้าจะเอาจริงๆ เราก็พอจะหามาลงกับเขาได้บ้างเหมือนกันนะครับ &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:trebuchet ms;color:#333300;"&gt;ปกติพวกเราอยู่ง่ายกินง่าย ใช้จ่ายไม่สิ้นเปลืองกันนักหรอกครับ โทรศัพท์มือถือของผมก็ยังใช้เครื่องเก่าเหมือนเมื่อสามปีที่แล้วอยู่เลย ยิ่งเมื่อตัดสินใจทำนิตยสารเล่มนี้ พวกเราก็ยิ่งต้องเจียมเนื้อเจียมตัวในการใช้จ่ายมากขึ้น เพื่อให้ได้ทำหนังสือที่เรารักไปนานๆ ส่วนเรื่องอื่นนอกเหนือจากนี้เป็นเรื่องเล็กไปแล้วครับ แค่มีคนอยากอ่าน อยากเป็นสมาชิกหนังสือเรา เหมือนบางท่านที่เป็นสมาชิกแล้ว แต่ยังอุตส่าห์แนะนำให้เพื่อนซื้ออ่านด้วย เป็นสมาชิกด้วย แค่คนละเล่ม เดือนละเล่ม &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;span style="font-family:trebuchet ms;color:#333300;"&gt;&lt;strong&gt;…แค่นี้ พวกเราก็พออยู่กันได้แล้วครับ&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/33594790-115700104085260477?l=surachaiping.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://surachaiping.blogspot.com/feeds/115700104085260477/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=33594790&amp;postID=115700104085260477' title='4 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/33594790/posts/default/115700104085260477'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/33594790/posts/default/115700104085260477'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://surachaiping.blogspot.com/2006/08/blog-post_30.html' title='เรื่องเล่าเชยๆ'/><author><name>hammer of a gun</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09018882041053452684</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>4</thr:total></entry></feed>
