อัสดงบนถนนข้าวสาร
หลังเลิกงานทุกคืนผมต้องเดินผ่านถนนสายนี้ ลัด และตัดออกสู่ถนนราชดำเนิน เพื่อรอขึ้นรถเมล์กลับที่พัก...
ถนนข้าวสาร
ผมยังจำคืนแรกที่เท้าเหยียบย่างสัมผัส ผมรู้สึกอึดอัดและหายใจไม่ออก โอยย... ทำไมผู้คนจึงเยอะขนาดนี้ มีแทบทุกชาติ ทุกเพศ กะเทย ตุ๊ด ทอม เลสเบี้ยน และหมา โอกาสอันใกล้ชิด สัมผัส และหายใจรดต้นคอระหว่างไอ้คนโซซกมกกับสาวไฮโซผู้สูงส่ง ในห้วงยามที่คลื่นของผู้คนกำลังกระแทกระลอก โล้ลอย และโอนเอนไปตามครรลองของมัน พร้อมๆ กับเสียงดนตรีสนั่นหวั่นไหว กระแทกหัวใจอยู่โครมๆ!
หากจินตนาการถึงหนังแนววิทยาศาสตร์แฟนตาซี ถนนสายนี้ก็คล้ายห้องทดลองอันรกรุงรังของด็อกเตอร์สติเฟื่อง มีสิ่งมีชีวิตทุกสปีชีส์ ผมรู้สึกว่าถนนสายนี้กำลังเกิดการออสโมซิสกันทางวัฒนธรรม ยิ่งดึกยิ่งเข้าใกล้จุดออกัสซึ่ม...
อ่าส์!
ถนนที่มีความยาวเพียง 300 เมตร แต่กับความรู้สึกในค่ำคืนแรกของผม ถนนสายนี้มันช่างยาวไกล และนานเหลือเกิน ไกลในความรู้สึก และนานอยู่ในความคิดนึกของคนผู้แปลกหน้าต่อมัน ถนนสายสั้นๆ ที่บางครั้งผมก็รู้สึกว่ามันเหมือนชายชราผู้ใจดี ด้วยความที่เป็นถนนเก่าแก่สายหนึ่ง บางขณะมันกลับคลับคล้ายชายหนุ่มผู้สง่างาม บางห้วงยามเธอก็กลายเป็นเด็กสาวผู้แสนซนและน่ารัก แต่บางคราวเธอก็ดูเป็นหญิงลึกลับและดุร้าย!
บางคนสนใจวิถีชีวิต บางคนเสพติดและติดหล่มจมปลักอยู่กับมัน แต่กับบางคน ความฝันของเขาอยู่บนถนนสายนี้...
โดยหน้าที่การงาน ความจำเป็น และเส้นทางที่ตัวเองเป็นคนเลือก ผมจึงต้องทำใจและจำใจเดินผ่านถนนสายนี้อยู่ทุกค่ำคืน และในค่ำคืนแรกๆ นั้น ผมต้องเดินชนิดที่เรียกได้ว่า โกยอ้าว เลยล่ะ แต่ด้วยความหนาแน่นของผู้คน รถเข็น และร้านค้า ผมจึงกลับมาสู่การเยื้องย่างอย่างสะเปะสะปะเหมือนเดิม ...ราวกับหลุดออกมาจากเขาวงกต ผมเดินทะลุสู่ถนนราชดำเนิน หยุดพัก หายใจลึกๆ เอาอากาศก้อนใหญ่ๆ เข้าปอด เรียกสติกลับคืนมา แล้วไปยืนรอรถเมล์ เมื่อวิญญาณกลับคืนสู่ร่าง ผมจึงทำความเข้าใจกับตัวเองเสียใหม่ ถ้าเป็นอย่างนี้อีกต่อไป ผมคงไม่ไหวแน่ๆ หรือว่าเราอคติกับถนนสายนี้เกินไป รู้! ว่าไม่ชอบเสียงดังและความวุ่นวาย แต่เราอยู่กับความเชื่อและความรู้สึกเดิมๆ มากเกินไปหรือเปล่า เรารู้จักเขาดีหรือยัง ลองเปลี่ยนบรรยากาศ และเปิดรับสิ่งใหม่ๆ เข้ามาในชีวิตบ้างดีมั้ย เหมือนคนรู้หน้าไม่รู้ใจ บางคนนึกว่าเป็นคนดี แต่เอาเข้าจริงถึงขั้นชั่วร้าย แต่บางคนที่นึกว่าร้าย กลับกลายเป็นคนที่เราหลงรักหัวปักหัวปำ เราก็เคยมีประสบการณ์อะไรประมาณนั้นมาแล้วไม่ใช่เหรอ
โดยหน้าที่การงาน ความจำเป็น และเส้นทางที่ตัวเองเป็นคนเลือก ผมจึงต้องกลับมาทำความเข้าใจ และทำความรู้จักกับมันอีกครั้ง...
สวัสดีถนนข้าวสาร!
ถนนที่มีความยาวเพียง 300 เมตร ทอดตัวเหมือนงูนอนตาย เป็นถนนสายสั้นๆ ที่บรรจุและบรรทุกความฝันของใครหลายคนไว้บนแผ่นหลังของมัน บางคนในบางค่ำคืนเขากำลังนั่งพับความฝันของตัวเองอยู่เงียบๆ แล้วเดินจากไปโดยไม่หวนคืนมา บางคนกำลังเริงร่าไร้สติ แต่กับบางคนเขากุมความฝันของตัวเองไว้มั่นแล้ว กระทั่งเขาอาจเป็นผู้กุมความฝันของใครหลายคนไว้ในกำมือ นั่นคือ จะบีบก็ตายจะคลายก็รอด!
ความสำเร็จใครก็ปรารถนา ดั่งเช่นธุรกิจการค้าและการตลาดหลังอัสดง นี่คือเส้นเลือดใหญ่ที่ไหลเวียนอยู่ในช่องท้องของถนนข้าวสาร และนี่คือกระเพาะอาหารของผู้คนบนถนนสายนี้
สูง-ต่ำคือคู่ตรงข้าม เหมือนฟ้ากับดินที่ไม่อาจแยกจากกัน อุปมาเป็นฉันใด อุปไมยก็เป็นฉันนั้น เช่นดั่งแผงและร้านค้าแบกะดินที่วางแผงขายสินค้าเรียงรายตามฟุตบาท เผชิญหน้ากับร้านอาหาร ผับ บาร์ อันใหญ่โตหรูหราสารพัด แออัดยัดทะนานกันอยู่บนถนนสายเล็กๆ สั้นๆ สายนี้ ไม่มีใครปฏิเสธหรอกว่า สัตว์ใหญ่ย่อมต้องกินสัตว์น้อย ปลาใหญ่ย่อมต้องกินปลาน้อย นั่นเป็นเรื่องธรรมชาติและธรรมดาไม่ใช่หรือ แต่เราจะปฏิเสธได้อย่างไรล่ะว่า ไม่ว่าสัตว์ใหญ่หรือสัตว์น้อย ปลาใหญ่หรือปลาน้อย เมื่ออาศัยอยู่ร่วมสายธารเดียวกัน ก็ย่อมต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม ก็มันคือชีวิต คือกฎแห่งความสมดุลของการดำรงอยู่ ไม่ใช่หรือ ?
บนถนนข้าวสาร ไม่ว่าจะเป็นร้านแบกะดินหรือร้านรวงใหญ่โตหรูหรา ไม่มีใครปฏิเสธหรอกว่าสองสิ่งนี้คือจุดเด่น จุดขาย คือเสน่ห์ของถนนข้าวสารที่ส่งเสียงเรียกให้บรรดานกฮูกนกเค้าแมวทั้งหลาย ร่อนปีกกางหางถลาลงบนถนนสายนี้ เมื่อนักร่ำราตรีกาลเหล่านี้หลั่งไหลมาเยือน ใครล่ะที่รับประโยชน์ เราไม่ต้องไปเอาธงมาฟันกันหรอกว่าเป็นใคร แม้ส่วนแบ่งและผลประโยชน์จะไม่เท่ากัน แต่นั่นก็เป็นไปอย่างสมน้ำสมเนื้อ ขึ้นอยู่กับประเภทและขนาดของธุรกิจการค้าขาย เมื่อดีมานด์และซัพพลายอยู่ในภาวะที่สมดุล ธุรกิจการค้าขายและความรื่นรมย์บนถนนข้าวสารก็ยังคงดำเนินต่อไป...
***ตีพิมพ์ครั้งแรก : คอลัมน์ลมใต้ปีกนก /หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน
ถนนข้าวสาร
ผมยังจำคืนแรกที่เท้าเหยียบย่างสัมผัส ผมรู้สึกอึดอัดและหายใจไม่ออก โอยย... ทำไมผู้คนจึงเยอะขนาดนี้ มีแทบทุกชาติ ทุกเพศ กะเทย ตุ๊ด ทอม เลสเบี้ยน และหมา โอกาสอันใกล้ชิด สัมผัส และหายใจรดต้นคอระหว่างไอ้คนโซซกมกกับสาวไฮโซผู้สูงส่ง ในห้วงยามที่คลื่นของผู้คนกำลังกระแทกระลอก โล้ลอย และโอนเอนไปตามครรลองของมัน พร้อมๆ กับเสียงดนตรีสนั่นหวั่นไหว กระแทกหัวใจอยู่โครมๆ!
หากจินตนาการถึงหนังแนววิทยาศาสตร์แฟนตาซี ถนนสายนี้ก็คล้ายห้องทดลองอันรกรุงรังของด็อกเตอร์สติเฟื่อง มีสิ่งมีชีวิตทุกสปีชีส์ ผมรู้สึกว่าถนนสายนี้กำลังเกิดการออสโมซิสกันทางวัฒนธรรม ยิ่งดึกยิ่งเข้าใกล้จุดออกัสซึ่ม...
อ่าส์!
ถนนที่มีความยาวเพียง 300 เมตร แต่กับความรู้สึกในค่ำคืนแรกของผม ถนนสายนี้มันช่างยาวไกล และนานเหลือเกิน ไกลในความรู้สึก และนานอยู่ในความคิดนึกของคนผู้แปลกหน้าต่อมัน ถนนสายสั้นๆ ที่บางครั้งผมก็รู้สึกว่ามันเหมือนชายชราผู้ใจดี ด้วยความที่เป็นถนนเก่าแก่สายหนึ่ง บางขณะมันกลับคลับคล้ายชายหนุ่มผู้สง่างาม บางห้วงยามเธอก็กลายเป็นเด็กสาวผู้แสนซนและน่ารัก แต่บางคราวเธอก็ดูเป็นหญิงลึกลับและดุร้าย!
บางคนสนใจวิถีชีวิต บางคนเสพติดและติดหล่มจมปลักอยู่กับมัน แต่กับบางคน ความฝันของเขาอยู่บนถนนสายนี้...
โดยหน้าที่การงาน ความจำเป็น และเส้นทางที่ตัวเองเป็นคนเลือก ผมจึงต้องทำใจและจำใจเดินผ่านถนนสายนี้อยู่ทุกค่ำคืน และในค่ำคืนแรกๆ นั้น ผมต้องเดินชนิดที่เรียกได้ว่า โกยอ้าว เลยล่ะ แต่ด้วยความหนาแน่นของผู้คน รถเข็น และร้านค้า ผมจึงกลับมาสู่การเยื้องย่างอย่างสะเปะสะปะเหมือนเดิม ...ราวกับหลุดออกมาจากเขาวงกต ผมเดินทะลุสู่ถนนราชดำเนิน หยุดพัก หายใจลึกๆ เอาอากาศก้อนใหญ่ๆ เข้าปอด เรียกสติกลับคืนมา แล้วไปยืนรอรถเมล์ เมื่อวิญญาณกลับคืนสู่ร่าง ผมจึงทำความเข้าใจกับตัวเองเสียใหม่ ถ้าเป็นอย่างนี้อีกต่อไป ผมคงไม่ไหวแน่ๆ หรือว่าเราอคติกับถนนสายนี้เกินไป รู้! ว่าไม่ชอบเสียงดังและความวุ่นวาย แต่เราอยู่กับความเชื่อและความรู้สึกเดิมๆ มากเกินไปหรือเปล่า เรารู้จักเขาดีหรือยัง ลองเปลี่ยนบรรยากาศ และเปิดรับสิ่งใหม่ๆ เข้ามาในชีวิตบ้างดีมั้ย เหมือนคนรู้หน้าไม่รู้ใจ บางคนนึกว่าเป็นคนดี แต่เอาเข้าจริงถึงขั้นชั่วร้าย แต่บางคนที่นึกว่าร้าย กลับกลายเป็นคนที่เราหลงรักหัวปักหัวปำ เราก็เคยมีประสบการณ์อะไรประมาณนั้นมาแล้วไม่ใช่เหรอ
โดยหน้าที่การงาน ความจำเป็น และเส้นทางที่ตัวเองเป็นคนเลือก ผมจึงต้องกลับมาทำความเข้าใจ และทำความรู้จักกับมันอีกครั้ง...
สวัสดีถนนข้าวสาร!
ถนนที่มีความยาวเพียง 300 เมตร ทอดตัวเหมือนงูนอนตาย เป็นถนนสายสั้นๆ ที่บรรจุและบรรทุกความฝันของใครหลายคนไว้บนแผ่นหลังของมัน บางคนในบางค่ำคืนเขากำลังนั่งพับความฝันของตัวเองอยู่เงียบๆ แล้วเดินจากไปโดยไม่หวนคืนมา บางคนกำลังเริงร่าไร้สติ แต่กับบางคนเขากุมความฝันของตัวเองไว้มั่นแล้ว กระทั่งเขาอาจเป็นผู้กุมความฝันของใครหลายคนไว้ในกำมือ นั่นคือ จะบีบก็ตายจะคลายก็รอด!
ความสำเร็จใครก็ปรารถนา ดั่งเช่นธุรกิจการค้าและการตลาดหลังอัสดง นี่คือเส้นเลือดใหญ่ที่ไหลเวียนอยู่ในช่องท้องของถนนข้าวสาร และนี่คือกระเพาะอาหารของผู้คนบนถนนสายนี้
สูง-ต่ำคือคู่ตรงข้าม เหมือนฟ้ากับดินที่ไม่อาจแยกจากกัน อุปมาเป็นฉันใด อุปไมยก็เป็นฉันนั้น เช่นดั่งแผงและร้านค้าแบกะดินที่วางแผงขายสินค้าเรียงรายตามฟุตบาท เผชิญหน้ากับร้านอาหาร ผับ บาร์ อันใหญ่โตหรูหราสารพัด แออัดยัดทะนานกันอยู่บนถนนสายเล็กๆ สั้นๆ สายนี้ ไม่มีใครปฏิเสธหรอกว่า สัตว์ใหญ่ย่อมต้องกินสัตว์น้อย ปลาใหญ่ย่อมต้องกินปลาน้อย นั่นเป็นเรื่องธรรมชาติและธรรมดาไม่ใช่หรือ แต่เราจะปฏิเสธได้อย่างไรล่ะว่า ไม่ว่าสัตว์ใหญ่หรือสัตว์น้อย ปลาใหญ่หรือปลาน้อย เมื่ออาศัยอยู่ร่วมสายธารเดียวกัน ก็ย่อมต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม ก็มันคือชีวิต คือกฎแห่งความสมดุลของการดำรงอยู่ ไม่ใช่หรือ ?
บนถนนข้าวสาร ไม่ว่าจะเป็นร้านแบกะดินหรือร้านรวงใหญ่โตหรูหรา ไม่มีใครปฏิเสธหรอกว่าสองสิ่งนี้คือจุดเด่น จุดขาย คือเสน่ห์ของถนนข้าวสารที่ส่งเสียงเรียกให้บรรดานกฮูกนกเค้าแมวทั้งหลาย ร่อนปีกกางหางถลาลงบนถนนสายนี้ เมื่อนักร่ำราตรีกาลเหล่านี้หลั่งไหลมาเยือน ใครล่ะที่รับประโยชน์ เราไม่ต้องไปเอาธงมาฟันกันหรอกว่าเป็นใคร แม้ส่วนแบ่งและผลประโยชน์จะไม่เท่ากัน แต่นั่นก็เป็นไปอย่างสมน้ำสมเนื้อ ขึ้นอยู่กับประเภทและขนาดของธุรกิจการค้าขาย เมื่อดีมานด์และซัพพลายอยู่ในภาวะที่สมดุล ธุรกิจการค้าขายและความรื่นรมย์บนถนนข้าวสารก็ยังคงดำเนินต่อไป...
***ตีพิมพ์ครั้งแรก : คอลัมน์ลมใต้ปีกนก /หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน

4 Comments:
At 12:20 PM,
Shara said…
Hi hammer, I want to introduce you to http://freearticle.name
At 3:03 AM,
ปุถุชน said…
สวัสดี บก มาเยี่ยมมาอ่าน
แล้วพบกันใหม่ครับ
At 10:55 PM,
เขียน said…
พี่นก..ไม่ค่อยได้เจอกันเลย
คิดถึงครับ
พอดีมาเจอบล็อกพี่โดยบังเอิญหลังจากเจอบล็อกพี่ปรายโดยบังเอิญเช่นกัน
ดีใจที่ได้เจอพี่นักเขียนที่ยังคลุ้งด้วยกลิ่นกวีอยู่ไม่จาง
ชอบภาษาที่พี่ใช้..น่ะ มันพริ้วไหวดี
ไว้มาเยือนแถวข้าวสารก็แวะมาพระอาทิตย์มั่งนะพี่..อิอิ
At 12:18 AM,
Anonymous said…
หมู่นี้ชอบไปเที่ยวข้าวสารบ่อยๆ ได้เจอกับกลุ่มนักเล่นดนตรีเปิดหมวกหลายกลุ่ม แต่มีกลุ่มหนึ่ง ชอบมากๆเลย บางทีก็มา 2 บางทีก็มา 3 คนที่เล่นกีต้าร์ใส่หมวกไหมพรม ดูฮาๆดี ปกติไม่ค่อยชอบไปหรอก แต่พอเจอกลุ่มนี้เข้า ชอบมาก แอบได้เข้าไปแจมด้วยแป๊บนึง ถ้าไปข้าวสาร ลองสังเกตดูนะ เป็นกลุ่มที่เล่นมันส์มากๆ ผ่านมาอีกครั้ง กี่ที กี่ทีก็อดไม่ได้ นั่งมองเขาเล่นเป็นชั่วโมงเลยละ ว่าแล้วก็อยากไปอีกอะ (o",o)
Post a Comment
<< Home