hammer of a gun

สุรชัย พิงชัยภูมิ

Wednesday, September 20, 2006

กระแสสำนึกของแมวจรจัดตัวหนึ่ง

มันเป็นอะไรที่...
บ่อยมาก หรืออาจเรียกได้ว่าเป็นประจำเลยล่ะครับ เขาชอบมานั่งสูบบุหรี่ แล้วก็จมอยู่กับควัน ไม่รู้สิ... อ้อ! บางครั้งเขาก็เหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างเหมือนคนสติเลื่อนลอย ในความรู้สึกของผม มันเป็นอะไรที่คล้ายการสิงสู่ หรือถูกจองจำมากกว่า เหมือนวิญญาณของคนตายที่วนเวียนอยู่บริเวณที่เขาตายนั่นแหละ นั่งอยู่อย่างหงอยเหงา แขนทิ้งตก นิ้วทั้งสองคีบบุหรี่ที่กำลังจะหลุดร่วง สายควันลอยคว้าง เอาหัวพิงขอบหน้าต่างอย่างอ่อนล้า ค่อยๆ หลับตา แล้วก็ตายลง นั่นแหละครับภาพในความรู้สึกของผม แล้วเขาก็วนเวียนกลับมาตายที่เดิมในท่าเดิมอยู่อย่างนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า วันแล้ววันเล่า โถ! คิดได้อย่างนี้ แมวอย่างผมก็พลอยเศร้า แต่ก็ไม่รู้จะช่วยเขายังไง หัวปลาทูที่ผมแอบคาบไปวางไว้ให้ เขาก็ปัดมันทิ้งไม่ไยดี เอ! วิญญาณร่อนเร่ตนนี้ชอบส่วนกุศลแบบไหนกันนะ เดี๋ยวคาบอะไรที่แบบขาวสวยหมวยอึ๋มมาวางไว้ตรงหน้า ดูซิหมอจะมีท่าทางยังไง จะว่าไปแล้วพวกมนุษย์ก็น่าเวทนากันทั้งนั้น เห็นสัตว์พวกนี้กัดกันทีไรก็น่าสงสาร – เวรกรรม! เมื่อไหร่พวกนี้จะรู้จักโตซักทีนะ
แบบว่า...
เมื่อเช้าตอนที่ผมเดินอาบแดดเล่นอยู่บนกำแพง ก็เหมือนทุกวัน ผมชะโงกคอดูพาดหัวข่าวบนแผงขายหนังสือพิมพ์ของเจ๊ดาหน้าปากซอย แน่นอนครับ มีข่าวคนฆ่ากันตายเหมือนทุกวันแหละ แต่ผมเห็นผู้ชายกลุ่มหนึ่งยืนอ่านพาดหัวข่าว ‘สาว 16 โดนเรียงคิวขืนใจ’ แล้วหันไปหยอกเย้าเพื่อนว่า “จับได้แล้ว ไอ้เดนทรชน” แล้วหัวเราะกันคิดคัก พอๆ กับพาดหัวข่าวเจ้าอาวาสแอบขยอบกับสีกาก่อนหน้านั้นน่ะ ผมเห็นสาวออฟฟิศท่าทางฉลาดมาดมั่นหันไปเปรยกับเพื่อนร่วมงานของหล่อนว่า “อยากลองบ้างมั้ยล่ะเธอ” ก็เหมือนข่าวสงครามที่พวกเขาชอบดูทหารหล่อๆ ชุดทหารเท่ๆ ดูความไฮเทคของรถถัง ดีไซน์ใหม่ของเครื่องบินทิ้งระเบิดรุ่นนั้นรุ่นนี้ และกับผู้คนที่ล้มตาย ทุกข์ทรมาน และหวาดผวา จากเหตุเภทภัยต่างๆ นานาที่เกิดจากธรรมชาติและน้ำมือของมนุษย์ด้วยกัน ผมไม่รู้ว่าทุกวันนี้นอกจากเรื่องของตัวเองแล้ว พวกมนุษย์ประเภทที่ยกตัวอย่างมาข้างต้นนั้นจะรู้สึกต่อเพื่อนร่วมโลกเหล่านี้กันยังไง เฉยๆ เพราะมันกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันไปแล้ว ชินแล้วค่ะ/ครับ อะไรประมาณนั้นหรือเปล่า รู้สึกไม่ต่างอะไรกับอ่านข่าวดาราคนนั้นไปมีอะไรกับดาราคนนี้ในรถของดาราอีกคน อย่างนั้นไหม หรือว่าข่าวโศกนาฏกรรมต่างๆ ได้กลายเป็น Info-tainment หรือข่าวสารบันเทิงอย่างที่เขาว่ากันจริงๆ ไม่รู้นะ อันนี้เป็นเพียงข้อสังเกตเล็กๆ น้อยๆ จากแมวแมวหนึ่ง ไม่รู้ว่ามุมมองของแมวอื่นๆ จะเป็นอย่างไร
ไม่รู้สิ...
ถึงจะขึ้นชื่อว่าแมวเหมือนกัน แต่แมวเราก็ต่างความคิดต่างจิตต่างใจนะครับ กับเจ้าหนุ่มอมทุกข์ข้างหน้าต่างคนนั้น ผมกลัวเหลือเกินว่าถ้าหากขยับตัวลุกขึ้น ร่างของเขาก็จะสลายกลายเป็นฝุ่นผง ไม่ได้เจตนาจะเมจิคอลเรียลิสติกอะไรหรอกครับ ผมเพียงรู้สึกว่าชีวิตของเขานั้นคงเปราะบางราวกับความฝันของเด็กทารก -เป็นเพียงความรู้สึกน่ะครับ ก็อย่างที่บอก แมวเราก็ต่างความคิดต่างจิตต่างใจ ผมบังเอิญไปได้ยินได้ฟังบรรดาพวกแมวผู้ใหญ่พูดคุยกัน พวกเขาบ่นๆ กันประมาณว่าคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่สมัยนี้ไม่ค่อยคิดหรือทำอะไรเพื่อส่วนรวม วันๆ เอาแต่หมกมุ่นครุ่นคิดอยู่กับเรื่องของตัวเอง อ่อนแอ เปราะบาง แก้ปัญหาไม่เป็น จึงเห็นแฟชั่นการประชดประชันชีวิตและการหนีปัญหาด้วยการฆ่าตัวตาย (ร่วมสมัย) อยู่บ่อยๆ รวมถึงหลายๆ ปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคมของคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่ยุคนี้ สำหรับผมแล้วนี่เป็นเพียงมุมมองของแมวกลุ่มหนึ่ง เป็นทัศนคติจากแมวชนชั้นกลางที่เป็นปัญญาชนเพียงไม่กี่แมวเท่านั้นเอง
อะไรประมาณนั้น...
ไม่ว่าจะเป็นโลกาภิวัตน์ นวัตกรรมใหม่ หรือจะไฮเทคโนโลยีอะไรก็แล้วแต่ที่หลายแมวบอกว่าทำให้คนสมัยนี้นิสัยเสีย แต่ขณะเดียวกันสำหรับผม เวลามองออกไปนอกหน้าต่าง หรือมองจากบนกำแพง ผมว่ายุคสมัยนี้ก็มีเสน่ห์ สวย เก๋ น่ารัก และบาดตาบาดใจไปอีกแบบนะครับ ลองเปลี่ยนมุมที่คุณมอง นอกจากเดินบนกำแพง หรือไต่อยู่บนหลังคาบ้านแล้ว คุณลองเปลี่ยนเส้นทางที่เคยเดินเป็นประจำ (ห้ามเดินลัดสนาม!) คุณก็ลองเดินลัดสนาม (เด็กเล่น) ดูบ้างก็ได้นะครับ บางทีเราอาจได้เห็นในสิ่งที่ไม่เคยเห็น ได้ยินในสิ่งที่ไม่เคยได้ยิน และได้รู้สึกในแบบที่คุณไม่เคยรู้สึกมาก่อน ก็อาจเป็นได้
โอะๆ เดี๋ยวๆ คนหนุ่มข้างหน้าต่างคนนั้นเขากำลังทำอะไรน่ะ อ้าวนั่น เขาพรวดพราดลุกขึ้น โอ๊ะ โอ๋ เขากำลังจ้องมองมาที่ผม ทันใดนั้นเขาก็ตวาดว่า
“เธอมันก็ไม่ต่างจากแมวจรจัดตัวนั้นหรอก!”
เธอก็ไม่ต่างจากแมวจรจัดตัวนั้น ชิชะ! คนหนุ่ม... อกหักแล้วพาลนี่หว่า ไม่ใช่แมวกะโหลกกะลา กู้!...แมวหยามนะโว้ย!

1 Comments:

Post a Comment

<< Home