ชายหนุ่มฯ
ชายหนุ่มคนที่พระเจ้าขโมยไปจากเธอ
หลังเลิกงาน... เธอฝ่านรกบนท้องถนนและฝูงสัตว์ยานยนต์ที่กำลังคำรามอย่างคลั่งบ้า
กรุงเทพมหานคร เธอกำลังยืนห้อยโหนอยู่ในกรุงเทพมหานคร เมืองที่มีพื้นที่อันจำกัด และจำกัดไปเสียทุกสิ่งทุกอย่าง ยกเว้นจำนวนผู้คนและความฟุ่มเฟือยของพวกเขา เมืองที่วุ่นวายไปด้วยเสียงสัญญาณโทรศัพท์มือถือ เมืองที่เต็มไปด้วยโทรศัพท์มือถือ (รวมของเธอด้วย) ถ้าเอามารวมกันก็คงกองเป็นภูเขาเลากา
รถเมล์คันที่เธอโดยสารเบียดเสียดยัดเยียดร่วมกับผู้โดยสารคนอื่นๆ นั้น... และรถเมล์คันที่มีผู้โดยสารเบียดเสียดยัดเยียดกันอยู่นั้น มันก็มักมีเหตุให้ต้องมีเรื่องบังเอิญชนิดนี้อยู่เสมอๆ มันคือความบังเอิญของกรุงเทพฯเมืองสวรรค์ที่มีสัตว์นรกเพศผู้เบียดเสียดยัดเยียดร่วมโดยสารมาในรถคันเดียวกันกับเธอ ให้ตายสิ! เธอรู้ว่ามันเป็นสัตว์นรกก็จากแววตาอันหื่นกระหายของมัน มันพยายามใช้บางอวัยวะ และบางอวัยวะของมันนั้นช่างไม่สัมพันธ์กับทิศทางและจังหวะการโยกคลอนของตัวรถเอาเสียเลย และจากจังหวะนั้น เธอก็ได้รับรู้ถึงโชคชะตาฟ้าลิขิตที่ชักนำให้เธอมาพบกับไอ้โรคจิตมือสมัครเล่นคนนี้ มันตั้งใจและพยายามใช้อวัยวะส่วนนั้นหาเศษหาเลยกับเนื้อตัวร่างกายของเธอ
มันเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ ในรถเมล์คันเท่ากระป๋องนม แต่บรรจุผู้คนได้มหาศาล เมื่อรถเมล์ทุกคันอัดแน่นไปด้วยผู้คน หนทางเดียวที่จะกลับบ้าน ก็คือต้องยอมทนเบียดเสียดยัดเยียดไปกับผู้โดยสารคนอื่นๆ ด้วยสถานภาพอย่างเธอ หากไม่จำเป็นจริงๆ เธอจะไม่ใช้บริการแท็กซี่ แต่คราวนี้ เธอบอกตัวเอง แต่คราวนี้ เธอโชคไม่ดีจริงๆ ซวยชิบเป๋ง! ทุเรศ... ทุเรศที่สุด!...ไอ้เหี้ยยย! (เธอด่ามันดังๆ ในใจ โดยไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหน ปกติเธอเป็นคนเรียบร้อย และไม่ชอบสบถคำหยาบคาย แต่ขอโทษ คราวนี้เธอสุดที่จะทน!)
บนรถไม่เหลือที่ว่างพอให้เธอได้ปกป้องผายสะโพกและแอ่นอกของตัวเอง และในห้วงจินตนาการของไอ้โรคจิตคนนั้น มันคงปลดเปลื้องเสื้อผ้าของเธอออกจนหมดแล้ว เธอคงเหลือแต่ตัวเปลือยเปล่าล่อนจ้อน ถ้าเดาไม่ผิด ในความคิดอุบาทว์ของมันนั้น มันคงกำลังข่มขืนชำเราเธออยู่เป็นแน่แท้ เมื่อคิดได้ดังนั้น มันทำให้เธอรู้สึกเสียวสะท้าน เปล่าหรอก เปล่า! กรุณาอย่าเข้าใจผิด เธอไม่ได้รู้สึกเคลิ้มกับเรื่องอย่างว่า แต่เธอหวาดผวาไปกับความคิดของตัวเองเท่านั้น และนั่นทำให้เธอไม่รีรอที่จะขอทางท่านผู้โดยสารทั้งหลาย ก้าวเท้าน้อยๆ ของเธอลงจากรถ ยัง! ยังไม่จบเพียงเท่านั้น ด้วยความเจ็บใจ เธออดไม่ได้ที่จะเหลือบหางตาหันไปมองมัน ไอ้สัตว์นรกนั่น มันกำลังยิ้มแสยะเขี้ยวอันชั่วร้ายเย้ยหยัน วินาทีนั้น เธอแน่ใจแล้วว่า มันมาจากนรกจริงๆ
ถึงมันจะลำบากยากเข็นสักเพียงไหน เธอบอกกับตัวเอง ถึงมันจะลำบากยากเย็นสักเพียงไร เธอก็จะยอมทน เพราะเธอมีความหวัง เพราะเธอมีความอบอุ่น นั่นเพราะเธอมีความสุข ถึงมันจะเป็นความสุขเพียงเล็กๆ น้อยๆ แต่เธอก็ไม่ต้องการอะไรมากมายไปกว่านี้ นั่นเพราะเธอมีความรัก เพราะเธอมีเขา ชายหนุ่มคนที่เธอรัก เขากำลังรอเธออยู่ที่จุดหมายปลายทาง อยู่ในหับห้องอันเสมือนเรือนรัง อยู่กับชายที่เธอรักและภักดีต่อเขา โอ้! สวรรค์! เธอไม่ปรารถนาสิ่งใดอีกแล้ว
เธอกลับมาถึงห้องเช่าด้วยความอ่อนล้า ในสภาพที่ราวกับว่าเธอโดนกระชากลากถูไปปู้ยี่ปู้ยำที่ไหนมา แต่ขอบคุณสวรรค์ที่มันไม่ได้เกิดขึ้นจริง...
...แต่โอ้!... สวรรค์! ที่ผ่านมาทั้งหมดนั้น เพียงเพื่อจะนำทางเธอมาพบกับความปวดร้าวยิ่งกว่า... ยิ่งกว่าความปวดร้าวใด เธอไขกุญแจเปิดประตูห้อง ลมสายหนึ่งพลิ้วผ่านร่าง เธอหยุดชะงัก นิ่งค้าง ลางสังหรณ์บอกว่าบางสิ่งบางอย่างไม่เหมือนเดิม วูบนั้น ฉับพลัน และราวกับสายฟ้าฟาด เธอรู้สึกถึงความว่างเปล่าร้าวรานในหัวใจ เธอวิ่งพล่านไปทั่วห้องเหมือนคนเสียสติ เปิดตู้เสื้อผ้า วิ่งปราดไปที่ระเบียงหลังห้อง เข้าไปในห้องน้ำ แล้วค่อยๆ โผเผออกมาอย่างอ่อนล้า โอ้!สวรรค์ เพียงเพื่อจะบอกว่า... เธอไม่เหลืออะไร โอ้! พระเจ้า! พระองค์เอาชายคนที่เธอรักไปไว้เสียที่ไหน พระองค์ขโมยคนรักของเธอไปยังหนแห่งใด โอ้! พระเจ้า! พระองค์ทำได้ยังไงกัน นั่นมันคนรักของเธอนะ!
เธอทรุดตัวลงกับพื้นห้อง ตีอกชกตัว กำกำปั้นทุบกำแพง แรงๆ แรงๆ เพียงเพื่อจะถามว่า นี่เป็นความจริงใช่มั้ย หรือเพียงแค่เธอฝันไป สุดท้ายเธอหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา กดไปที่ชื่อและหมายเลขที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดี... ไม่มีสัญญาณตอบรับ ไม่ต้องถามถึงเหตุผล ไม่ต้องถามว่าทำไม หลายสิ่งหลายอย่างที่ผ่านมาเธอพอจะเข้าใจแล้วว่าเพราะอะไร เพียงแต่เธอไม่เคยเอะใจ ไม่เคยคิดระแวงสงสัยในความรักและคนที่เธอรัก ไม่ว่าคนอื่นเขาจะพูดกันยังไง จนถึงวินาทีที่เธอยอมจำนนกับความจริงที่ว่า... ชายหนุ่ม ชายคนที่เธอรัก ได้จากเธอไปแล้วจริงๆ และนั่นทำให้น้ำใสๆ ไหลรินออกมาจากขอบตา มันไหลรินออกมาจากหัวใจอันแหลกสลายของเธอนั่นหรอก และเธอรู้อีกว่า อีกนานกว่าที่มันจะหยุดรินไหล และเธอยังรู้อีกว่า แผลในใจ มันไม่ใช่แผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก!
เธอต้องการใครสักคนเพื่อระบายความรู้สึก เธอต้องการใครสักคนเพื่อจะบอกความในใจ เธอต้องการใครสักคนที่อยากรับฟังและเข้าใจ เธอต้องการใครสักคนที่จะบอกให้เขารับรู้ว่า เธอปวดร้าวเพียงใด เธอเสียใจ เธออยากบอกว่า เธอเสียดาย ยังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่เธอยังไม่ได้ทำ และยังมีคำหนึ่งคำที่เธอยังไม่ได้บอกกับเขา... ชายหนุ่มเอ๋ย! สิ่งที่เธอทำนั้นมากกว่าคำว่า... รัก
หลังเลิกงาน... เธอฝ่านรกบนท้องถนนและฝูงสัตว์ยานยนต์ที่กำลังคำรามอย่างคลั่งบ้า
กรุงเทพมหานคร เธอกำลังยืนห้อยโหนอยู่ในกรุงเทพมหานคร เมืองที่มีพื้นที่อันจำกัด และจำกัดไปเสียทุกสิ่งทุกอย่าง ยกเว้นจำนวนผู้คนและความฟุ่มเฟือยของพวกเขา เมืองที่วุ่นวายไปด้วยเสียงสัญญาณโทรศัพท์มือถือ เมืองที่เต็มไปด้วยโทรศัพท์มือถือ (รวมของเธอด้วย) ถ้าเอามารวมกันก็คงกองเป็นภูเขาเลากา
รถเมล์คันที่เธอโดยสารเบียดเสียดยัดเยียดร่วมกับผู้โดยสารคนอื่นๆ นั้น... และรถเมล์คันที่มีผู้โดยสารเบียดเสียดยัดเยียดกันอยู่นั้น มันก็มักมีเหตุให้ต้องมีเรื่องบังเอิญชนิดนี้อยู่เสมอๆ มันคือความบังเอิญของกรุงเทพฯเมืองสวรรค์ที่มีสัตว์นรกเพศผู้เบียดเสียดยัดเยียดร่วมโดยสารมาในรถคันเดียวกันกับเธอ ให้ตายสิ! เธอรู้ว่ามันเป็นสัตว์นรกก็จากแววตาอันหื่นกระหายของมัน มันพยายามใช้บางอวัยวะ และบางอวัยวะของมันนั้นช่างไม่สัมพันธ์กับทิศทางและจังหวะการโยกคลอนของตัวรถเอาเสียเลย และจากจังหวะนั้น เธอก็ได้รับรู้ถึงโชคชะตาฟ้าลิขิตที่ชักนำให้เธอมาพบกับไอ้โรคจิตมือสมัครเล่นคนนี้ มันตั้งใจและพยายามใช้อวัยวะส่วนนั้นหาเศษหาเลยกับเนื้อตัวร่างกายของเธอ
มันเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ ในรถเมล์คันเท่ากระป๋องนม แต่บรรจุผู้คนได้มหาศาล เมื่อรถเมล์ทุกคันอัดแน่นไปด้วยผู้คน หนทางเดียวที่จะกลับบ้าน ก็คือต้องยอมทนเบียดเสียดยัดเยียดไปกับผู้โดยสารคนอื่นๆ ด้วยสถานภาพอย่างเธอ หากไม่จำเป็นจริงๆ เธอจะไม่ใช้บริการแท็กซี่ แต่คราวนี้ เธอบอกตัวเอง แต่คราวนี้ เธอโชคไม่ดีจริงๆ ซวยชิบเป๋ง! ทุเรศ... ทุเรศที่สุด!...ไอ้เหี้ยยย! (เธอด่ามันดังๆ ในใจ โดยไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหน ปกติเธอเป็นคนเรียบร้อย และไม่ชอบสบถคำหยาบคาย แต่ขอโทษ คราวนี้เธอสุดที่จะทน!)
บนรถไม่เหลือที่ว่างพอให้เธอได้ปกป้องผายสะโพกและแอ่นอกของตัวเอง และในห้วงจินตนาการของไอ้โรคจิตคนนั้น มันคงปลดเปลื้องเสื้อผ้าของเธอออกจนหมดแล้ว เธอคงเหลือแต่ตัวเปลือยเปล่าล่อนจ้อน ถ้าเดาไม่ผิด ในความคิดอุบาทว์ของมันนั้น มันคงกำลังข่มขืนชำเราเธออยู่เป็นแน่แท้ เมื่อคิดได้ดังนั้น มันทำให้เธอรู้สึกเสียวสะท้าน เปล่าหรอก เปล่า! กรุณาอย่าเข้าใจผิด เธอไม่ได้รู้สึกเคลิ้มกับเรื่องอย่างว่า แต่เธอหวาดผวาไปกับความคิดของตัวเองเท่านั้น และนั่นทำให้เธอไม่รีรอที่จะขอทางท่านผู้โดยสารทั้งหลาย ก้าวเท้าน้อยๆ ของเธอลงจากรถ ยัง! ยังไม่จบเพียงเท่านั้น ด้วยความเจ็บใจ เธออดไม่ได้ที่จะเหลือบหางตาหันไปมองมัน ไอ้สัตว์นรกนั่น มันกำลังยิ้มแสยะเขี้ยวอันชั่วร้ายเย้ยหยัน วินาทีนั้น เธอแน่ใจแล้วว่า มันมาจากนรกจริงๆ
ถึงมันจะลำบากยากเข็นสักเพียงไหน เธอบอกกับตัวเอง ถึงมันจะลำบากยากเย็นสักเพียงไร เธอก็จะยอมทน เพราะเธอมีความหวัง เพราะเธอมีความอบอุ่น นั่นเพราะเธอมีความสุข ถึงมันจะเป็นความสุขเพียงเล็กๆ น้อยๆ แต่เธอก็ไม่ต้องการอะไรมากมายไปกว่านี้ นั่นเพราะเธอมีความรัก เพราะเธอมีเขา ชายหนุ่มคนที่เธอรัก เขากำลังรอเธออยู่ที่จุดหมายปลายทาง อยู่ในหับห้องอันเสมือนเรือนรัง อยู่กับชายที่เธอรักและภักดีต่อเขา โอ้! สวรรค์! เธอไม่ปรารถนาสิ่งใดอีกแล้ว
เธอกลับมาถึงห้องเช่าด้วยความอ่อนล้า ในสภาพที่ราวกับว่าเธอโดนกระชากลากถูไปปู้ยี่ปู้ยำที่ไหนมา แต่ขอบคุณสวรรค์ที่มันไม่ได้เกิดขึ้นจริง...
...แต่โอ้!... สวรรค์! ที่ผ่านมาทั้งหมดนั้น เพียงเพื่อจะนำทางเธอมาพบกับความปวดร้าวยิ่งกว่า... ยิ่งกว่าความปวดร้าวใด เธอไขกุญแจเปิดประตูห้อง ลมสายหนึ่งพลิ้วผ่านร่าง เธอหยุดชะงัก นิ่งค้าง ลางสังหรณ์บอกว่าบางสิ่งบางอย่างไม่เหมือนเดิม วูบนั้น ฉับพลัน และราวกับสายฟ้าฟาด เธอรู้สึกถึงความว่างเปล่าร้าวรานในหัวใจ เธอวิ่งพล่านไปทั่วห้องเหมือนคนเสียสติ เปิดตู้เสื้อผ้า วิ่งปราดไปที่ระเบียงหลังห้อง เข้าไปในห้องน้ำ แล้วค่อยๆ โผเผออกมาอย่างอ่อนล้า โอ้!สวรรค์ เพียงเพื่อจะบอกว่า... เธอไม่เหลืออะไร โอ้! พระเจ้า! พระองค์เอาชายคนที่เธอรักไปไว้เสียที่ไหน พระองค์ขโมยคนรักของเธอไปยังหนแห่งใด โอ้! พระเจ้า! พระองค์ทำได้ยังไงกัน นั่นมันคนรักของเธอนะ!
เธอทรุดตัวลงกับพื้นห้อง ตีอกชกตัว กำกำปั้นทุบกำแพง แรงๆ แรงๆ เพียงเพื่อจะถามว่า นี่เป็นความจริงใช่มั้ย หรือเพียงแค่เธอฝันไป สุดท้ายเธอหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา กดไปที่ชื่อและหมายเลขที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดี... ไม่มีสัญญาณตอบรับ ไม่ต้องถามถึงเหตุผล ไม่ต้องถามว่าทำไม หลายสิ่งหลายอย่างที่ผ่านมาเธอพอจะเข้าใจแล้วว่าเพราะอะไร เพียงแต่เธอไม่เคยเอะใจ ไม่เคยคิดระแวงสงสัยในความรักและคนที่เธอรัก ไม่ว่าคนอื่นเขาจะพูดกันยังไง จนถึงวินาทีที่เธอยอมจำนนกับความจริงที่ว่า... ชายหนุ่ม ชายคนที่เธอรัก ได้จากเธอไปแล้วจริงๆ และนั่นทำให้น้ำใสๆ ไหลรินออกมาจากขอบตา มันไหลรินออกมาจากหัวใจอันแหลกสลายของเธอนั่นหรอก และเธอรู้อีกว่า อีกนานกว่าที่มันจะหยุดรินไหล และเธอยังรู้อีกว่า แผลในใจ มันไม่ใช่แผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก!
เธอต้องการใครสักคนเพื่อระบายความรู้สึก เธอต้องการใครสักคนเพื่อจะบอกความในใจ เธอต้องการใครสักคนที่อยากรับฟังและเข้าใจ เธอต้องการใครสักคนที่จะบอกให้เขารับรู้ว่า เธอปวดร้าวเพียงใด เธอเสียใจ เธออยากบอกว่า เธอเสียดาย ยังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่เธอยังไม่ได้ทำ และยังมีคำหนึ่งคำที่เธอยังไม่ได้บอกกับเขา... ชายหนุ่มเอ๋ย! สิ่งที่เธอทำนั้นมากกว่าคำว่า... รัก

5 Comments:
At 6:14 PM,
Anonymous said…
I MISS MY FREIND .............
At 6:34 PM,
your friend said…
ปล่อยชายหนุ่มไปเถอะนะ...พระเจ้าคงคิดเป็นอย่างดีแล้ว *****เขาไม่ได้เกิดมาเพื่อจะดำรงอยู่กับเรา******
At 6:34 PM,
your friend said…
ปล่อยชายหนุ่มไปเถอะนะ...พระเจ้าคงคิดเป็นอย่างดีแล้ว *****เขาไม่ได้เกิดมาเพื่อจะดำรงอยู่กับเรา******
At 10:03 PM,
นาทนที said…
บางที..บางที.. พระเจ้าอาจจะไม่ต้องการชายหนุ่ม(ผู้จากไป ของใครบางคน)หรอก เพียงแต่ว่า....เขาคงไม่ยินดีที่จะเดินทางสายเดิมๆ อีกต่อไปแล้ว
At 4:12 AM,
รุ้ง said…
ก่อนอื่นขอบอกตามตรงว่า หลงมาน่ะค่ะ
คลิกลิ้งค์ไปเรื่อยๆ ก็มาเจอหน้าเว็บนี้
ลองดูผ่านๆ เห็นเป็นบทความ ก็เลยขออนุญาติอ่านเลยแล้วกัน
ครั้งนี้อ่านเป็นครั้งแรก เหมือนคนเจอกันครั้งแรก ยังไม่รู้จักดีนัก
เอาเป็นว่า คราวหน้าขออนุญาติมาอ่านตอนอื่นๆต่อนะคะ
Post a Comment
<< Home