เรื่องเล่าเชยๆ

ด้วยแนวคิดง่ายๆ ที่ว่า “กูไม่อยากด่าใครอีกต่อไป กูจะใช้ชีวิตที่เหลือในโลกนี้เพื่อทำสิ่งที่กูอยากเห็นด้วยมือของกูเอง เท่าที่กูพอจะทำได้” เมื่อต้นปี 2549 ที่ผ่านมา คนหนุ่มสาวตัวเล็กๆ ห้าหกคน ตัดสินใจลาออกจากงานประจำที่ทำอยู่อย่างพร้อมเพรียงกันโดยมิได้นัดหมาย แต่ไหนๆ ก็เลือกจะตกงานเหมือนกันแล้ว จึงตัดสินใจสุมหัวกันทำนิตยสารเล็กๆ ของพวกเราเองสักฉบับหนึ่ง ท่ามกลางเสียงห้าม และความเป็นห่วงเป็นใยของบรรดาเพื่อนพ้องน้องพี่ร่วมวิชาชีพ
ไม่ว่าจะเป็น ‘ที่ปรึกษาของที่ปรึกษา’ รุ่น ‘รับประกันคุณภาพชั่วชีวิต’ ของพวกเราอย่าง คุณเสถียร จันทิมาธร บรรณาธิการบริหารมติชนสุดสัปดาห์, คุณสุพจน์ แจ้งเร็ว บรรณาธิการศิลป-วัฒนธรรม ,คุณภิญโญ ไตรสุริยธรรมา บรรณาธิการสำนักพิมพ์ openbooks ,คุณสมชัย วิพิศมากูล และคุณวิจิตร บุญชู บรรณาธิการบริหารนิตยสาร Wave,คุณลัลตรา วรสุมาวงศ์ ประชาสัมพันธ์มืออาชีพขององค์กรใหญ่หลายแห่ง ฯลฯ
แต่เมื่อเห็นว่าคงห้ามพวกเราไม่ได้อย่างแน่แท้ เสียงห้ามอันล้ำค่าเหล่านี้ ก็เปลี่ยนมาเป็นแบคอัพแน่นปึ้ก ในฐานะ ‘บรรณาธิการที่ปรึกษา’ของเราบ้าง เป็น ‘ผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการ’ ของเราบ้าง นี่แหละครับ จุดกำเนิดของนิตยสารฟรีฟอร์มในมือคุณ
นิตยสารฟรีฟอร์มฉบับแรกออกวางจำหน่ายในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ 34 ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ได้ด้วยมิตรจิตมิตรใจจากผู้คนอีกจำนวนหนึ่ง ที่อนุญาตให้เรานำหนังสือไปฝากขาย ไม่ว่าจะเป็นคุณปานบัว บุนปานและคุณภาณี ลอยเกตุ บรรณาธิการสำนักพิมพ์มติชน,คุณพาฝัน ศุภวานิช บรรณาธิการสำนักพิมพ์วงกลม,คุณวาด รวี บรรณาธิการสำนักพิมพ์อันเดอร์กราวนด์ (ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นshine publishing house),คุณนิวัต พุทธประสาท บรรณาธิการสำนักพิมพ์เม่นวรรณกรรมและอัลเทอร์เนทีฟไรเตอร์ คุณนกป่า อุษาคเนย์ บรรณาธิการสำนักพิมพ์ทางเลือก ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีร้านหนังสือท่าช้าง,คมบาง,บลูสเกล,สามัญชนและเพื่อน,ดวงกมล รวมทั้งร้านหนังสือและสำนักพิมพ์อีกสิบกว่าแห่ง ที่ช่วยเหลือให้นิตยสารฟรีฟอร์มฉบับแรก ออกไปถึงมือผู้อ่านในจำนวนที่เกินคาดหมาย จนพวกเราอิ่มใจแทบไม่ต้องกินข้าวกินน้ำกันไปหลายวัน และทำให้พวกเรายังสามารถทำนิตยสารฉบับนี้ออกมาให้อ่านกันได้ทุกเดือน จนถึงขณะนี้ ทั้งที่มีโฆษณามาสนับสนุนเล่มละแค่ชิ้นสองชิ้น จนผู้อ่านที่น่ารักของเราหลายคนเป็นห่วงมาก (ลองพลิกดูฉบับแรก จะเห็นว่าเราไม่มีพนักงานขายโฆษณาด้วยซ้ำ)
กำลังใจมาแล้วนี่ครับ พวกเราก็เลยเริ่มบ้าพลังตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ยอมรับว่าเหนื่อย แต่ก็สุขใจ เราไม่ได้พูดถึงความสำเร็จนะครับ เพราะไม่ว่าจะมองจากมุมไหน ให้ตายยังไง นิตยสารฟรีฟอร์มก็ยังเป็นเพียงผู้เริ่มต้น ยังมีอีกหลายอย่างที่เราต้องพิสูจน์ เช่น หนังสือที่(แทบ)ไม่มีโฆษณา แต่สามารถเลี้ยงตัวเองได้ด้วยยอดขายหนังสืออย่างแท้จริงนั้น มันจะอยู่ได้จริงหรือไม่ในยุคนี้
หลายเรื่องในการทำงาน ยอมรับว่าพวกเราเลือกจะหยิ่งนิดหน่อยครับ แต่เราตระหนักเสมอว่า สิ่งที่ทำให้เราสามารถเดินไปข้างหน้าได้อย่างเต็มก้าวในวันนี้มันไม่ได้งอกขึ้นมาจากผืนดิน ไม่ได้ลอยอยู่ในอากาศให้หยิบคว้าง่ายๆ แต่มันมาจากผู้อ่านจำนวนหนึ่ง และผู้มีพระคุณเงียบๆ อีกจำนวนหนึ่ง คอยสนับสนุนเราอยู่ ทั้งที่บางคน แค่ได้พบปะพูดคุยกันในช่วงเวลาสั้นๆ แต่กลับช่วยเหลือเราในเรื่องต่างๆ มากมาย
อย่างการสัมภาษณ์แขกรับเชิญบนปกของเราฉบับนี้ เราก็ได้รับความช่วยเหลือจากคุณปราบดา หยุ่น ที่ส่งข่าวคราว รวมทั้งรับเป็นธุระติดต่อคุณวิศุทธิ์ พรนิมิตร ตั้งแต่วันแรกๆ ที่เขากลับมาถึงเมืองไทย ทั้งที่การงานก็ล้นพ้นตัวอยู่แล้ว (ขอบคุณมากๆ ครับพี่)
ยังมีอีเมลและจดหมายหลายฉบับ มีทั้งเรื่องราวที่มาทางสายโทรศัพท์ให้พวกเราได้เซอร์ไพรส์อยู่เรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นผู้อ่านทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ พวกเขาส่งความคาดไม่ถึงมาหาเราเสมอ บางคน ‘มีของ’ จนเราต้องจัดการนัดสัมภาษณ์ เรียบเรียงเป็นเรื่องราวชีวิตและผลงานของเขาและเธอ ที่ลงตีพิมพ์ไปแล้วก็มี ลองตามอ่านเรื่อยๆ นะครับ เราจะทยอยนำลงตีพิมพ์ให้อ่านกัน
แม้ว่าการทำนิตยสารไม่ใช่เรื่องโรแมนติก แต่หลายครั้งในระหว่างการทำงาน ก็มักมีเรื่องน่ายินดี ที่ทำให้พวกเราได้บอกกันเองอยู่บ่อยๆ ว่า เราคิดถูกแล้ว เราคิดถูกจริงๆ ที่เลือกเส้นทางนี้ พูดเบาๆ นะครับ ว่าถ้าเลือกได้ เราก็ไม่ค่อยอยากให้มีโฆษณาประเภทริงโทนเจ๊าะแจ๊ะอะไรทำนองนั้นเลย ถ้าจะเอาจริงๆ เราก็พอจะหามาลงกับเขาได้บ้างเหมือนกันนะครับ
ปกติพวกเราอยู่ง่ายกินง่าย ใช้จ่ายไม่สิ้นเปลืองกันนักหรอกครับ โทรศัพท์มือถือของผมก็ยังใช้เครื่องเก่าเหมือนเมื่อสามปีที่แล้วอยู่เลย ยิ่งเมื่อตัดสินใจทำนิตยสารเล่มนี้ พวกเราก็ยิ่งต้องเจียมเนื้อเจียมตัวในการใช้จ่ายมากขึ้น เพื่อให้ได้ทำหนังสือที่เรารักไปนานๆ ส่วนเรื่องอื่นนอกเหนือจากนี้เป็นเรื่องเล็กไปแล้วครับ แค่มีคนอยากอ่าน อยากเป็นสมาชิกหนังสือเรา เหมือนบางท่านที่เป็นสมาชิกแล้ว แต่ยังอุตส่าห์แนะนำให้เพื่อนซื้ออ่านด้วย เป็นสมาชิกด้วย แค่คนละเล่ม เดือนละเล่ม
…แค่นี้ พวกเราก็พออยู่กันได้แล้วครับ

4 Comments:
At 10:13 PM,
paja said…
แหม...ไม่ค่อยเลยนะพี่
At 10:08 PM,
Anonymous said…
เหนื่อยมั๊ย.......หมีพูห์
At 11:42 AM,
OPAL said…
ชอบ ฟรีฟอร์ม มากมาก
แม้เล่มจะบางจิ๋ว แต่อัดแน่นด้วยเนื้อหา
ดีกว่าหนาบึ๊ก แต่อัดแน่นไปด้วยโฆษณาแฝง
(แต่บางทีการมีโฆษณาก็ทำให้อิ่มท้องไปอีกนาน)
เพิ่งตระหนักคำว่า "นักเขียนไส้แห้ง"
ก็ตอนที่ทำงานด้านนี้มาหลายปีแล้ว แต่ก็ยังไส้แห้งจนถึงทุกวันนี้
เอ๊ะจากชมเป็นแอบบ่น เอาเป็นว่า หลงรักฟรีฟอร์มนะจ๊ะ
At 7:15 AM,
ชอบอ่านfreeform said…
โย่ว!!!สวัสดีค่ะ นายหัวแห่วฟรีฟอร์ม
หนังสือดีมากเลยนะขอบอก
Post a Comment
<< Home